กินของหวานมากไป ระวังหน้าแก่เร็ว

กินของหวานมากไป ระวังหน้าแก่เร็ว !

Highlight

• น้ำตาลทำลายคอลลาเจน
• น้ำตาลในเลือดไปจับตัวกับโปรตีน ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า AGEs
• กินน้ำตาลมากไป ยังทำให้ผิวโดนแสงแดดทำร้ายได้ง่ายขึ้น
• น้ำตาลไม่ได้ทำแค่ให้หน้าเราเหี่ยวอย่างเดียว!


น้ำหวานที่เราชอบ ขนมหวานที่กินทุกวันหยุด หรือบิงซูที่กินทุกครั้งเวลานัดเจอเพื่อน ข้อดีคือ อร่อย คลายเครียด แต่กินมากไป ระวังผิวจะเหี่ยวเร็วไม่รู้ตัวนะ! รู้ไหมว่า แค่เราลดของหวานลงเนี่ย หน้าที่อ่อนเยาว์ขึ้นถึง 5 ปีเลย และในทางกลับกันล่ะ ถ้าเรากินแต่ของหวานทุกวัน อะไรจะเกิดกับผิวเรา

เพื่อคลายความสงสัย มาดูความลับบางอย่างที่ของหวานมีผลต่อผิวกันค่ะว่า กินเยอะแล้วทำไมหน้าเหี่ยว หน้าแก่เร็ว

ทำไมกินของหวานแล้วหน้าเหี่ยว

กินของหวานมากไป ระวังหน้าแก่เร็ว

เพราะว่าน้ำตาลเป็นตัวทำลาย “คอลลาเจน” ในชั้นผิวของเราค่ะ พอคอลลาเจนถูกทำลาย ผิวเราก็จะยืดหยุ่นน้อยลง และเกิดริ้วรอยมากขึ้น หลายคนก็อาจสงสัยไปอีกว่า น้ำตาลที่อร่อยๆ เนี่ย ทำไมถึงมีฤทธิ์ทำลายคอลลาเจนได้ ก็เพราะว่าพอน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายเราจะทำให้เกิดกระบวนการที่ทำให้น้ำตาลในเลือดไปจับตัวกับโปรตีน ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า AGEs (advanced glycation end products) ที่เข้าไปทำลายเส้นใยคอลลาเจนที่มีหน้าที่รักษาความกระชับและความยืดหยุ่นของผิวหนัง ส่งผลให้ผิวเราแห้ง หย่อนคล้อย และเกิดริ้วรอยตามมาในที่สุด นอกจากนี้ เจ้า AGEs ยังทำให้สารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายเราลดน้อยลง ทำให้ผิวเราโดนทำร้ายจากแสงแดดได้ง่ายขึ้น ถือว่าร้ายยกกำลังสองเลยทีเดียว


ของหวานไม่ได้แค่ทำให้หน้าเหี่ยวอย่างเดียวหรอก

ปัญหาผิวเหี่ยว หรือผิวแก่ ถือเป็นผลร้ายจากน้ำตาลที่โดดเด่นที่สุด แต่รู้ไหมคะว่า ของหวานไม่ได้แค่ทำให้หน้าเราเหี่ยวอย่างเดียวหรอกค่ะ แต่ยังเป็นสาเหตุของอีกหลายปัญหาผิวด้วย ได้แก่

1. หน้ามัน

ยิ่งปริมาณน้ำตาลในเลือดสูง =>ปริมาณอินซูลินก็ยิ่งสูง ซึ่งยิ่งอินซูลินสูงเท่าไหร่ ต่อมไขมันก็จะยิ่งผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเท่านั้น และอย่างที่รู้กัน ความมันบนหน้าคือของโปรดของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว อีกทั้งผิวยังมีโอกาสอุดตันได้ง่ายกว่าเดิมด้วย

2. ทำให้เกิดการอักเสบ

กินของหวานมากไป ระวังหน้าแก่เร็ว

ปริมาณน้ำตาลในเลือดที่ขึ้นๆ ลงๆ นั้นเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอักเสบในร่างกาย และอาการอักเสบใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นกับผิว จะนำไปสู่ปัญหาต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะสิว และผื่นแพ้แดงต่างๆ

3. ผิวแห้งขาดน้ำ

รู้หรือไม่ว่า น้ำตาลนอกจากจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นแล้ว ยังดูดน้ำออกจากเซลล์ผิวด้วย เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเราขาดน้ำ ดูแห้ง หน้าบวม และยังทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาที่ดูแย่มากๆ อีกต่างหาก!
แล้วอย่างนี้เราควรกินน้ำตาลไม่เกินกี่กรัม


ปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย และไม่ทำให้เกิดปัญหาผิวก็คือ

ผู้ชาย: ไม่ควรกินเกิน 37.5 กรัม หรือ 9 ช้อนชาต่อวัน
ผู้หญิง: ไม่ควรกินเกิน 25 กรัม หรือ 5 ช้อนชาต่อวันค่ะ


น้ำตาลที่เจอในอาหารที่เรากินบ่อยๆ จะมีน้ำตาลเท่าไหร่กัน!

กินของหวานมากไป ระวังหน้าแก่เร็ว

• บิงซู 1 ถ้วย มีน้ำตาล 116 กรัม
• ฮันนี่โทสต์ 1 จาน มีน้ำตาล 36.75 กรัม
• แพนเค้กเสิร์ฟพร้อมไอศกรีม 1 จาน มีน้ำตาล 35.25 กรัม
• ขนมปังปิ้งราดสังขยา มีน้ำตาล 10.4 กรัม
• แอปเปิ้ล 1 ผล มีน้ำตาล 19 กรัม
• กาแฟมอคค่าแบบหวานน้อย 1 แก้ว 7.6 กรัม
• ส้ม 1 ผล มีน้ำตาล 12 กรัม
• ฝรั่ง 1 ลูก มีน้ำตาล 4.7 กรัม

เห็นอย่างนี้แล้ว ถ้าไม่อยากกินน้ำตาลเกิดเกณฑ์ปกติ คงรู้แล้วใช่ไหมคะว่า อะไรควรทาน อะไรควรเลี่ยง อีกหน่งสิ่งสำคัญคือ น้ำตาลที่เราใช้ปรุงในอาหารค่ะ ถ้าเราทำเองก็จะควบคุมได้ง่ายหน่อย ด้วยการลดปริมาณน้ำตาลลงได้ง่ายขึ้น

อยากรู้เคล็ดลับลดน้ำตาลมากกว่านี้ อ่านต่อได้ที่นี่

เพื่อผิวสวย หน้าไม่แก่เร็วกว่าไว การเลี่ยงกินของหวานที่มีน้ำตาลสูง เป็นหนึ่งเคล็ดไม่ลับที่ช่วยได้ค่ะ นอกจากน้ำหนักตัวจะลดแล้ว ผิวยังสวยขึ้นอีกด้วยนะคะ

References : Source 1, Source 2, Source 3, Source 4, Source 5, Source 6 
Credit Pictures : 1, 2, 3, 4

   

บทความที่เกี่ยวข้อง

อาหารเมดิเตอร์เรเนียน

อาหารเมดิเตอร์เรเนียน ต้านแก่ ลดสิว

ปัญหาผิวจากการออกกำลังกาย

ปัญหาผิวจากการออกกำลังกาย ที่ไม่ใช่แค่เรื่องสิว