ความลับของ Work-life Balance ทำยังไงให้ชีวิตสมดุลจริงๆ

ทุกวันนี้เรื่อง Work-life Balance เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก เพราะว่าคนเราเริ่มทำงานกันหนักขึ้น จนไม่มีเวลาพักผ่อน จนก่อให้เกิดความเครียดและปัญหาสุขภาพตามมา และถ้ามัวแต่ทำงานอย่างเดียว แล้วจะเอาเวลาไหนไปใช้ชีวิต? ทางออกหนึ่งที่หลายคนนึกถึงก็คือ Work-life Balance นั่นเอง แต่เชื่อไหมว่า คนเราส่วนใหญ่มักจะใช้มันในแบบผิดๆ เลยทำให้เราไม่มีจัดการชีวิตของเราให้สมดุลได้สักที

วันนี้เราเลยจะพามาดูความลับของ Work-life Balance จุดสำคัญอะไรที่จะทำให้เราบริหารชีวิตให้สมดุลได้จริงๆ

งานเป็นเหมือนปีศาจ เวลาพักผ่อนคือมิตรแท้ของเราจริงหรือเปล่า ?

ความลับของ Work-life Balance

เวลาเราจะจัดสมดุลให้กับชีวิตของเราเอง เชื่อได้เลยว่า คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า “งาน” เป็นฝ่ายตรงข้ามของเรา เพราะมันทั้งทำให้เราเหนื่อย เราครียด ส่วน “เวลาแห่งการพักผ่อน” หรือ “ชีวิตส่วนตัว” จะเป็นเหมือนเพื่อน เพราะมันทำให้เราได้ทำในสิ่งที่ชอบ รู้สึกสนุก ผ่อนคลาย เพลิดเพลิน ว่าง่ายๆ ก็คือ เรามักคิดลบกับเรื่องงาน แต่คิดบวกกับเรื่องพักผ่อน หรือชีวิตส่วนตัว แต่ความเป็นจริงแล้ว การจะบริหารชีวิตให้สมดุลนั้น เราต้องมองเรื่องงานและเรื่องชีวิตในมุมมองเดียวกัน เพราะแต่ละอย่าง ไม่ว่าเรื่องงาน หรือเรื่องชีวิตก็มีทั้งมุมที่ดีและไม่ดีเช่นกัน


ไม่ใช่การสมดุล แต่มันคือการปรับวางให้เหมาะสม

ความลับของ Work-life Balance

พอพูดถึงเรื่อง Work-life Balance เราก็จะนึกถึงว่า เราต้องแบ่งเวลางานกับพักผ่อนให้เท่าๆ กันนะ อย่าเอนเอียงไปที่อย่างได้อย่างหนึ่งมากเกินไป แต่ความจริงแล้ว Work-life Balance ไม่ใช่การแบ่งเวลาให้สมดุล แต่มันคือการปรับ จัดวางสิ่งต่างๆ รวมถึงทัศนคติต่อสิ่งนั้นๆ ได้อย่างเหมาะสมต่างหากค่ะ หากเราจัดเวลางานได้ดี แต่เรายังไม่แฮปปี้กับงาน ก็ยังไม่ถือว่าชีวิตจะเข้าใกล้กับความสุขได้อย่างแท้จริง เราจะยังรู้สึกว่า ทุกครั้งที่ทำงานมันช่างยาวนานและทรมานเกินไป


แล้วเราจะทำอย่างไรให้ Work-life Balance ได้ผลกับเรา

จริงๆ ก็ไม่มีกฎตายตัวหรอกค่ะ แต่นี่เป็นเพียงวิธีการหนึ่ง ที่อาจจะทำให้ชีวิตเรามีความสมดุลมากขึ้น วิธีการก็เช่น

1. มองงานในมุมบวกมากขึ้น

พอมาจัดตารางชีวิต แล้วมาเห็นงานที่ต้องทำ ก็รู้สึกเบื่อหน่ายแล้วใช่ไหมล่ะคะ ถ้ายังรู้สึกแบบนี้ ไม่ว่าจะจัดเวลาดีสักแค่ไหน ชีวิตเราก็ยังไม่สมดุลได้ แต่ชีวิตจะดีขึ้นหากเราปรับมุมมองเรื่องงานเสียใหม่ แทนที่จะมองปัญหาที่ยุ่งยาก ให้มองสิ่งที่เราชอบในงานที่เราทำ เช่น คุณสังเกตเห็นว่า คุณมีดีเรื่องความคิดสร้างสรรค์ และมักจะได้ใช้มันอยู่บ่อยๆ แทนที่จะกังวลเรื่องที่โดนดุ โดนบ่นจากหัวหน้า ก็ลองเจียดเวลาเล็กน้อยมามีความสุขกับการได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่เรามีให้กับงานแทน

2. สิ่งที่เราต้องใส่ใจ ทั้งเรื่องงานกับเรื่องชีวิตมันก็เหมือนกันนั่นแหละ

ความลับของ Work-life Balance

ไม่ต้องไปโฟกัสหรอกค่ะว่า เราต้องให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมชีวิตเราให้มาก หรือเต็มที่กับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพตัวเองอย่างเดียว จริงๆ แล้ว เรื่องความใส่ใจเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวเนี่ย สามารถนำมาปรับใช้ให้เหมือนๆ กันได้ เช่น คุณเป็นคนที่แคร์คนในครอบครัว เพื่อนสนิทมาก มันก็เป็นสิ่งที่ดี แต่จะดียิ่งขึ้นถ้าเอาความใส่ใจแบบนั้นมาใช้กับเพื่อนร่วมงานเราบ้าง หรือในเวลาพักผ่อนเราชอบใช้แรงกับการออกกำลังกายอย่างมุ่งมั่น เราก็ควรที่จะมุ่งมั่นกับงานที่เราทำอย่างมีพลังบ้าง

3. ใช้เรื่องงานและเรื่องชีวิตส่วนตัวมาพัฒนาซึ่งกันและกัน

ก็จะคล้ายๆ กับข้อที่ผ่านมาค่ะ แต่ลึกกว่าตรงที่ว่า มันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่การใส่ใจ แต่รวมถึงทักษะอื่นๆ ในการชีวิตหลายอย่าง ที่บางครั้งเราควรรู้จักเอามาปรับใช้กับเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เช่น คุณเป็นคนแก้ปัญหาลูกค้าได้ดีมาก คุณเองก็ควรเอาทักษะการแก้ปัญหานี้ มาใช้ในเรื่องพัฒนาความสัมพันธ์ของคนใกล้ตัวด้วย เป็นต้น

เพราะชีวิตเราจะมีแค่เรื่องงานอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะเอาแต่พักอย่างเดียวก็ไม่ได้อีกเช่นกัน เพื่อให้ชีวิตเราเกิดความสมดุลก็ต้องรู้จัก Work-life Balance จัดการเรื่องงานกับเรื่องชีวิตให้เหมาะสม ไม่ใช่แค่เรื่องจัดการเวลาอย่างเดียว แต่รวมถึงทัศนคติต่อเรื่องงานและชีวิต ที่ต้องไม่มองในด้านลบเกินไป หรือมองแบบสวยงามเกินจริง

# ความลับของ Work-life Balance ทำยังไงให้ชีวิตสมดุลจริงๆ

Reference
– The Mystery of Work Life Balance
Credit Pictures: 1, 2, 3

   

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

พฤติกรรมการกินที่แอบทำร้ายผิวเราโดยไม่รู้ตัว

7 พฤติกรรมการกินที่แอบทำร้ายผิวเราโดยไม่รู้ตัว

เราควรทาครีมบนเปลือกตาหรือไม่