วิธีอ่านส่วนผสมสกินแคร์

5 วิธีอ่านส่วนผสมสกินแคร์ แม้ไม่รู้อะไร ก็เข้าใจได้ไม่ยาก

อยากได้ครีมดีๆ มาบำรุงหน้าสักตัว แต่ก็กลัวว่า ใช้แล้วจะดีจริงไหมนะ หรือใช้แล้วหน้าจะแพ้หรือเปล่า? วิธีหนึ่งที่จะช่วยได้คือ การอ่านส่วนผสมค่ะ แต่การอ่านส่วนผสมเนี่ยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายใช่ไหมคะ เพราะมีศัพท์เทคนิคอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด แล้วคนธรรมดาๆ อย่างเรา ที่ไม่ใช่แพทย์ จะดูยังไง ถึงจะเข้าใจ

วันนี้ id SKIN EXPERT เลยขอมาแนะนำวิธีอ่านส่วนผสมสกินแคร์แบบเข้าใจง่ายค่ะ ต่อให้ไม่รู้เรื่องสกินแคร์มาก่อนเลย ก็สามารถอ่านส่วนผสมให้เข้าใจได้ไม่ยาก พร้อมได้ไอเท็มที่มีส่วนผสมที่ถูกใจมาครอง!

ก่อนอื่น มาดูก่อนว่า เราจะเจอลิสต์ส่วนผสมได้ที่ไหน

ส่วนผสมของครีมหรือสกินแคร์ทั่วไปมักจะถูกพิมพ์อยู่ที่…

วิธีอ่านส่วนผสมสกินแคร์

– บนกล่องของผลิตภัณฑ์
– ด้านหลังของตัวขวดผลิตภัณฑ์
– ในใบเล็กๆ ที่ใส่ในกล่องผลิตภัณฑ์
– ใต้ขวด


วิธีอ่านส่วนผสมสกินแคร์ แม้ไม่รู้อะไร ก็เข้าใจได้ไม่ยาก

1. สแกนหาส่วนผสมที่ควรเลี่ยง

ส่วนผสมที่ใช้ในสกินแคร์มีหลายร้อย หลายพันตัวมากค่ะ การที่เราจะรู้ครบหมดทุกตัวเนี่ยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ดังนั้น ขั้นแรกที่ง่ายสุด ถ้าไม่อยากเจอของไม่ดี หรือของที่ใช้แล้วแพ้ เราก็ควรสแกนหาส่วนผสมที่ควรเลี่ยงก่อนค่ะ อย่างเช่น สารกลุ่มซัลเฟต (SLS และ SLES) Paraben (สารกันเสีย) น้ำหอม แอลกอฮอล์ สีสังเคราะห์ สารสเตียรอยด์ เป็นต้น หากสกินแคร์ตัวไหนมีส่วนผสมตามนี้ อาจจะต้องเลี่ยงๆ ไว้ก่อนค่ะ เพราะเป็นส่วนผสมที่อาจทำให้ผิวแพ้ระคายเคืองได้

2. ดูการเรียงลำดับของส่วนผสม

วิธีอ่านส่วนผสมสกินแคร์

รู้ไหมว่า ลำดับส่วนผสมที่เรียงในป้ายฉลากเนี่ย ก็แอบบ่งบอกอะไรเราอยู่เหมือนกันนะคะ 5 อันดับแรก คือส่วนผสมที่ใส่ลงไปเยอะสุดค่ะ โดยเรียงจากมากสุดไปหาน้อยสุด (อันดับแรกใส่มากสุด อันที่ 5 น้อยสุด แต่ก็เยอะกว่าส่วยผสมที่เหลือ) ถ้าอยากรู้ว่าส่วนผสมที่แบรนด์นั้นใช้ ใช้อะไรมากที่สุด ก็ดูที่ 5 อันดับแรกได้เลย

3. สังเกตส่วนผสมท้ายๆ

ส่วนผสมท้ายๆ ก็ไม่ควรมองข้ามค่ะ ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่า หลังจากลำดับที่ 6 เนี่ย เรียงลงไปหาปริมาณที่น้อยสุดหรือเปล่า อาจจะคละๆ กันก็ได้ ซึ่งส่วนผสมที่อยู่ถัดจากลำดับที่ 5 มักจะเป็นส่วนผสมที่มีความเข้มข้นน้อย ซึ่งสารต้องห้ามอย่างพวกน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสีอาจจะแฝงตัวในอันดับส่วนผสมท้ายๆ ก็ได้ค่ะ

4. สังเกตคำว่า “ส่วนผสมอื่นๆ”

เราจะเห็นว่า สกินแคร์บางแบรนด์อาจลงคำว่า “และส่วนผสมอื่นๆ” หรือ “And Other Ingredients” ถ้าเจอคำนี้ ให้สงสัยเลยว่า อาจมีส่วนผสมอะไรบางอย่างที่ผู้ผลิตไม่อาจเปิดเผย ซึ่งอาจเป็นส่วนผสมที่ทำให้ผิวแพ้ระคายเคืองก็ได้ (ไม่งั้นจะปกปิดไว้ทำไมล่ะเนอะ) เพื่อความชัดเจน อาจลองถามคนขาย หรือทางแบรนด์ดูให้แน่ชัดค่ะ

5. จดส่วนผสม มาค้นหาข้อมูลต่อก่อนตัดสินใจซื้อ

วิธีอ่านส่วนผสมสกินแคร์

อย่างที่บอกว่า มันก็จะมีชื่อส่วนผสมยากๆ ที่เราไม่คุ้น ทั้งนี้ก็เพราะว่า สกินแคร์หรือเครื่องสำอางต้องเขียนส่วนผสมตามระบบ INCI ซึ่งมักจะใช้ศัพท์เทคนิค หรือไม่ก็ภาษาลาติน ที่ต้องใช้ระบบนี้เพราะว่าเป็นระบบสากลที่ใช้กันทั่วโลก พื่อไม่ให้เกิดความสับสนค่ะ แต่ชื่อส่วนผสมที่ใช้มันดูอาจยากใช่ไหมคะ บางชื่อเราอาจไม่รู้เลยว่า มันช่วยทำให้ผิวเราเป็นอย่างไร เราอาจจะจดส่วนผสม แล้วไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ ซึ่งบางแบรนด์ในสมัยนี้ก็จะมีการเปิดเผยส่วนผสมพร้อมบอกสรรพคุณแบบเข้าใจง่ายผ่าน Facebook และเว็บไซต์ทางการของแบรนด์เอง

นี่ก็คือเทคนิคการอ่านส่วนผสมสกินแคร์แบบเข้าใจง่ายค่ะ ต่อจากนี้ เวลาไปซื้อครีม ไม่ต้องกังวลแล้วว่าจะเจอของที่ทำให้หน้าพัง อ่านส่วนผสมตามไกด์ไลน์นี้ ช่วยให้เราได้ของดีมาแน่นอน

Credit Pictures: 1, 2

   

บทความที่เกี่ยวข้อง

ครีมไหนเหมาะกับผิวเรา

5 วิธีเช็กให้รู้ว่า ครีมไหนเหมาะกับผิวเรา

อยู่บ้านต้องทาครีมกันแดดไหม

อยู่บ้านต้องทาครีมกันแดดไหม …UV ในที่ร่มมีจริงหรือเปล่า?