วิธีเก็บเงินสไตล์มินิมอล

วิธีเก็บเงินสไตล์มินิมอล ไม่ให้ถังแตกทุกสิ้นเดือน

ทุกวันนี้กระแสมินิมอลกำลังมาแรง น้อยแต่มีพลัง คอนเซ็ปต์อยู่ที่ความเรียบง่าย ไม่เยอะ แต่ทำไมวิถีชีวิตแบบมินิมอล มันกลับทำให้เงินในกระเป๋าเรามันดูมินิ น้อยลงไปด้วย ทั้งๆ ที่ความจริง ใช้น้อยก็น่าจะเหลือเก็บเยอะใช่ไหมล่ะ

วันนี้เราเลยขอมาแนะนำวิธีเก็บเงินสไตล์มินิมอล ที่จะช่วยให้เราเก็บเงินได้มากขึ้น!

วิธีเก็บเงินสไตล์มินิมอล ไม่ให้ถังแตกทุกสิ้นเดือน

1. วางแผนการใช้เงินจำนวนน้อย

ไม่ว่าคุณจะมีสไตล์การใช้ชีวิตแบบไหน หากคุณวางแผนเรื่องการเงินในทุกๆ เดือน จะช่วยทำให้คุณเก็บเงินได้มากขึ้นแน่นอน บางทีที่เงินมันหร่อยหรอลง อาจเป็นเพราะเผลอใจ ออกนอกลู่นอกทางจากแผนเงินที่เราวางไว้ ประมาณว่า ตั้งใจว่าจะไปซื้อโฟมล้างหน้า แต่พออเห็นลิปสติกเฉดสีใหม่ก็อยากซื้อ เห็นแป้งตัวใหม่ออกมาก็อยากได้ จากที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะซื้อแค่โฟมล้างหน้า กลายเป็นว่าได้มาหมดเลย ทั้งโฟมล้างหน้า ลิปสติก และแป้ง เพื่อไม่ให้เราใช้จ่ายเกินงบ เราต้องวางแผนการเงินค่ะว่า เดือนนี้เราจะซื้ออะไร ของใช้อะไรที่ขาด ต้องซื้อเพิ่ม หรือออมเงินเป็นสัดส่วน ส่วนนี้เก็บไว้ซื้อของที่ชอบ ส่วนนี้เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน หรือส่วนนี้เก็บไว้เป็นเงินออม แบ่งเป็นส่วนแบบนี้ เราจะได้เห็นสัดส่วนของเงิน จนไม่เผลอใช้เงินก่อนโต เพราะต้องเหลือมาออม ซื้อน้อยๆ ก็เหลือเงินเก็บเยอะนะคะ


2. จริงจังกับการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

วิธีเก็บเงินสไตล์มินิมอล

วิธีคลาสสิคที่ได้ผลจริงๆ ค่ะ แต่หลายครั้งที่มันไม่เวิร์ก เพราะเราไม่ได้จริงจังกับมันต่างหาก ทำก็จริง แต่ไม่กลับมาย้อนดูว่าเดือนนี้ใช้จ่ายไปเท่าไหร่ มาดูอีกทีก็เกินงบไปซะแล้ว ทางที่ดีควรทำบัญชีราย-รายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ และหันกลับมาเปิดดูทุกวันๆ เพื่อย้ำเตือนว่า ในแต่ละวันเราใช้เงินไปแล้วเท่าไหร่


3. ซื้อของที่ใช้ได้นาน จะได้ไม่ต้องเสียเงินบ่อยๆ

หัวใจสำคัญในการประหยัดเงิน ไม่ใช่แค่เน้นซื้อของเซลล์ หรือของราคาถูก ลดราคาเท่านั้น แต่เราต้องโฟกัสที่สินค้าที่มีคุณภาพดีด้วย ซึ่งอาจจะราคาย่อมเยา หรืออาจจะแพงนิดหน่อยก็ได้ ถ้าของชิ้นนั้นสามารถใช้ได้นาน โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อบ่อยๆ อาจจะประหยัดว่าซื้อของราคาถูก แต่คุณภาพไม่ถึงมาตรฐานก็ได้ พยายามเลือกซื้อของที่มีคุณภาพที่ใช้ได้นานๆ ค่ะ เราจะได้ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อใหม่เรื่อยๆ


4. พกเงินติดกระเป๋าน้อยๆ

วิธีเก็บเงินสไตล์มินิมอล

บางทีวิธีการที่ว่ามา มันก็ไม่อาจเวิร์คสำหรับเราก็ได้ เพราะของที่ชวนให้อยากซื้อมันล่อตาล่าใจ จนอดใจไม่อยู่ หรือไม่ก็จู่ๆ เพื่อนก็ชวนไปเที่ยว ไปแฮงก์เอ้าท์ ถ้างั้นเราเลยขอแนะนำวิธีมินิมอลอีกอย่างก็คือ “พกเงินในกระเป๋าน้อยๆ” ค่ะ ไม่ควรเบิกเงินมาทีละเยอะๆ เก็บไว้ในกระเป๋า แต่ให้กดเงินเฉพาะที่เราจะใช้ในเดือนนี้เท่านั้น พอเราเผลอจะใช้เงิน แล้วเปิดกระเป๋าเงินดูเห็นเงินน้อยๆ ก็ต้องมีชะงักบ้างล่ะ แต่ก็ต้องไม่ขี้โกงตัวเองด้วยการหมดแล้วก็กดเงินใหม่นะคะ ต้องตั้งกดไว้ว่า เดือนนึงกดครั้งเดียว และใช้เท่าที่มีจริงๆ ค่ะ


5. ซื้อของที่จำเป็น ไม่ใช่ซื้อของที่แค่อยากได้

ของที่จำเป็นกับของที่อยากได้ต่างกันอย่างไร? ของที่จำเป็นก็คือ สิ่งที่ไม่ซื้อแล้วชีวิตเราจะอยู่ไม่ได้ ส่วนของที่อยากได้ก็คือ ไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่อยากซื้อเก็บไว้เฉยๆ และบางทีเราก็มักจะใช้จ่ายไปเยอะกับของที่เราแค่ “อยากได้” เท่านั้น หรือของภายนอกที่สร้างภาพลักษณ์หรือสไตล์ให้กับตัวเอง แต่เราอยากจะบอกคุณว่า บางทีความเป็นตัวตนของเราก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับของที่เรามีเท่านั้น แต่มันขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นๆ อีก อยากเช่น การซื้อของแบบมินิมอล ซื้อแต่ของจำเป็น ก็สามารถบ่งบอกถึงการมีชีวิตแบบมินิมอลที่แท้จริงก็ได้นะ

นี่ก็คือการเก็บเงินสไตล์มินิมอลค่ะ ถ้าเรารักษาความเป็นมินิมอลในการใช้เงินได้ง่าย เราจะเหลือ More Money มีเงินเก็บในบัญชีมากขึ้น แบบไม่ช็อตแน่นอน

References: Source 1, Source 2
Credit Picture: 1, 2, 3

  

บทความที่เกี่ยวข้อง

เทคนิคทาลิปสติกให้ติดนานทั้งวัน

เทคนิคทาลิปสติกให้ติดนานทั้งวัน แบบไม่ต้องเติม

ปัญหาผิวที่เกิดจากประจำเดือน

5 ปัญหาผิวที่เกิดจากประจำเดือน พร้อมวิธีรับมือ