หน้าเหมือนโดนของ

หน้าเหมือนโดนของ ที่แก้ได้โดยไม่ต้องพึ่งไสยศาสตร์

พักนี้ไปไหนมาไหนก็เจอต้องคนทักว่าทำไมหน้าหมอง ไม่มีออร่าหรือเปล่า? แถมพักนี้ก็เหม่อๆ ลอยๆ ดวงก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ บางคนก็ทักว่า หน้าเหมือนโดนของ เอ๊ะ! หรือว่าเราจะโดนของจริงๆ! อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ บางอาการอาจไม่ใช่โดนคุณไสย ไม่จำเป็นต้องไปหาแม่หมอ พ่อหมอ ให้แก้เคล็ด แต่เรามาเช็กสภาพผิวหน้าอย่างละเอียดกันดีกว่า

วันนี้ id SKIN EXPERT เลยขอรวมอาการลักษณะของผิวหน้าที่เหมือนโดนของ แต่จริงๆ แล้วอาจไม่ใช่ พร้อมบอกวิธีบำรุงผิวให้กลับมากระจ่างใส ดูมีสง่าราศีอีกครั้งค่ะ 

1. หน้าหมองคล้ำ หมดสง่าราศี

หน้าเหมือนโดนของ

เขาว่ากันว่า คนที่โดนของจะมีลักษณะที่เด่นๆ เลยค่ะ อารมณ์จะเปลี่ยนแปลงจากเดิม หน้าหมองคล้ำลงทุกวันๆ แถมช่วงนี้หมอดูหลายๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า กำลังจะมีเคราะห์ ดาวเสาร์ ดาวอังคาร ดาวพลูโต ดาวหาง ดวงจันทร์ เลื่อนทับดวงชะตา บลา บลา บลา ใช้ครีมอะไรก็ไม่หาย… แต่อย่าเพิ่งตกใจไปบางทีคุณอาจไม่ได้โดนของ หรือโดนคุณไสยอย่างที่คิดก็ได้ แต่อาจเป็นเพราะปัญหาผิวที่ใครๆ ก็เป็นได้เนี่ยแหละค่ะ สาเหตุของผิวหมองคล้ำนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผิวถูกแสงแดดทำร้ายมากเกินไป ทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย บำรุงผิวไม่เต็มที่ หรือยังไม่เจอครีมที่ใช่

วิธีแก้หน้าหมอง โดยไม่พึ่งคุณไสย

• เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
ด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ควบคู่กับการใช้เซรั่มให้ผิวกระตุ้นสร้างมอยส์เจอร์ไรเซอร์ได้เองตามธรรมชาติค่ะ

• พักผ่อนให้เพียงพอ ผ่อนลายความเครียดลงบ้าง
ควรเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม เพื่อให้ผิวได้รับโกรท ฮอร์โมน ที่จะเข้ามาซ่อมแซมผิวเรา และนอนให้ได้อย่างน้อย 7 ชั่วโมงค่ะ

• ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เพิ่มความกระจ่างใส
วิตามินซีจะช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเรามีคววามกระจ่างใสขึ้น และเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างปลอดภัยกับผิวค่ะ ส่วนผสมวิตามินซีที่เราอยากแนะนำก็คือ Ascorbyl Tetraisopalmitate เป็นวิตามินซีที่อ่อนโยน ลดความระคายเคืองต่อผิวค่ะ

• ทาครีมอย่างสม่ำเสมอ
เพราะครีมบางตัวก็ใช้เวลานานถึง 28 วัน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึน

• ขัดผิวบ้างอะไรบ้าง
อาจเป็นไปได้ว่า เซลล์ผิวเก่ายังผลัดออกไม่หมด เลยทำให้ผิวเราดูหมองคล้ำ ลองสครับผิวสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ช่วยขัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไป แต่ก็อย่าทำบ่อยนะคะ เพราะอาจทำให้ผิวอ่อนแอลงได้

อ่านต่อเพิ่มเติม: ตัวการร้ายที่ทำให้หน้าหมองคล้ำกว่าที่คิด5 เคล็ดลับเปลี่ยนผิวหมองให้เป็นผิวใส


2. จุดด่างดำปริศนา ที่ไม่รู้โผล่มาจากไหน

อยู่ดีๆ ทำไมมีจุดด่างดำโผล่ขึ้นมาเต็มหน้าเลยล่ะ เมื่อก่อนไม่มี แต่พักนี้ทำไมถึงมีจุดด่างดำบนหน้า ผีทำหรือเปล่า? เอ่ออ เดี๋ยวค่ะ กลับมาทางนี้ก่อน ปกติแล้วจุดด่างดำเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นได้กับผิวเรา ต่อให้เมื่อก่อนเราเป็นคนผิวใส หน้าไร้จุดด่างดำ เพราะว่าด้วยมลภาวะ สิ่งแวดล้อมที่เราเจอทุกวัน ทำให้เจอจุดด่างดำได้ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ความร้ายแรงของแสง UV ทำให้เม็ดสีเมลานินผลิตมากขึ้น จนทำให้เกิดจุดด่างดำ หรือสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอได้ หรืออาจจะเป็นรอยดำจากสิวก็ได้เช่นกันค่ะ

วิธีแก้จุดด่างดำ โดยไม่พึ่งคุณไสย

• ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
โดยให้เลือกแบบที่ปกป้องได้ทั้งแสง UVA และ UVB ที่มีทั้งค่า SPF และ PA ค่ะ ระดับที่แนะนำคือ SPF 50 และ PA+++ ค่ะ

• ใช้ครีมหรือเซรั่มที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เพื่อลดรอยจุดด่างดำ
เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองเราขอแนะนำวิตามินซีแบบอ่อนโยนอย่าง Ascorbyl Tetraisopalmitate

อ่านต่อเพิ่มเติม: วิธีผิวขาวกระจ่างใสแบบปลอดภัย ขาวสวยได้แบบผิวไม่เสีย, เคล็ดลับง่ายๆ ลดรอยสิวให้เลือนหายเร็วกว่าเดิม


3. ใต้ตามีรอยคล้ำ เหมือนโดนของมานาน

หน้าเหมือนโดนของ

ส่องกระจกทีก็เห็นรอยคล้ำใต้ตาจนเกือบจะเหมือนหมีแพนด้าอยู่แล้ว เวลาไปเจอเพื่อน ก็มีแต่คนทักว่า ไปทำอะไรมา นอนไม่พอเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเองก็นอนเยอะนะ จะทาคอนซีลเลอร์เพื่อนปกปิด แต่โบกแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ อาการคล้ายๆ ในละครเลย เวลาพระเอกโดนนางร้ายทำเสน่ห์ใส่ พออาการหนักเข้า ใต้ตาจะคล้ำเอาๆ จะดำปี๋ หรือว่าเราจะโดนของมาหรือเปล่านะ! แต่นี่มันยุค 2017 แล้วนะคะ บางทีเราอาจไม่ได้โดนของที่ไหนหรอก แต่เป็นเพราะพฤติกรรมการดูแลผิวของเราเอง ลองเช็กตามนี้ค่ะว่า ตรงกับข้อไหนบ้างหรือเปล่า

– ไม่ค่อยทาครีมกันแดด
– นอนเยอะ แต่ตื่นมาก็ยังง่วง ไม่สดชื่น
– ชอบกินเค็ม

ถ้าตรงแค่ข้อเดียว ก็เป็นไปได้ว่า สิ่งนั้นทำให้ผิวใต้ดวงตาคุณดำคล้ำขึ้นค่ะ อย่างเช่น การไม่ทาครีมกันแดด ก็ทำให้แสงแดดทำร้ายผิวรอบดวงตาจนดำคล้ำขึ้นมาได้ การนอนไม่พอ ต่อให้เรานอนเยอะ แต่ถ้าตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น แสดงว่าเรานอนยังไม่สนิท ทำให้นอนไม่พอ ส่งผลให้เส้นเลือดบริเวณผิวหนังใต้ดวงตาขยายตัวขึ้น แล้วทำให้ผิวบริเวณนั้นดำคล้ำขึ้น หรือการชอบกินของเค็ม โซเดียมในอาหารรสเค็มจะทำให้ผิวเราบวมน้ำ เพราะมันจะทำให้ผิวเราขาดน้ำจนผิวต้องกักเก็บน้ำไว้ เพื่อไม่ให้ผิวเราขาดสมดุลไปค่ะ เลยทำให้ผิวรอบดวงตาดำคล้ำและบวมขึ้นตา รวมถึงอาการแพ้ต่างๆ ก็อาจส่งผลให้ผิวรอบใต้ดาดำคล้ำขึ้น ในกรณีหลังสิวควรไปพบแพทย์ดีที่สุดค่ะ

วิธีแก้หน้าหมอง โดยไม่พึ่งคุณไสย

• ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอาการผิวบวมน้ำ

• ลดทานอาหารรสเค็มลง

• นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
เวลาแนะนำที่ควรนอนก็คือ 4 ทุ่ม และควรนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงค่ะ เพื่อให้หลับสนิทควรงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ถ้าใครงดไม่ได้จริงๆ ก็ดื่มได้ค่ะ แต่ไม่ควรดื่มหลังบ่ายสามโมง และก่อนนอนควรงดเล่นโทรศัพท์มือถือ เพราะแสงสีฟ้าจะรบกวนการผลิตสารเมลาโทนิน ทำให้นอนหลับเราถูกรบกวน

• ลองใช้ถุงชาประคบผิวใต้ดวงตา
โดยเอาถุงชาไปแช่น้ำ และแช่ในตู้เย็นให้มีความเย็น แล้วเอามาประคบผิวรอบดวงตาประมาณ 2-3 นาที ซึ่งาจะเข้าไปต้านการอักเสบของผิว ช่วยลดเลือนรอยคล้ำใต้ตา และอาการบวมได้

อ่านต่อเพิ่มเติม: 8 วิธีง่ายๆ บอกลารอยคล้ำใต้ตาได้เลย


ก่อนที่จะไปหาพ่อหมอ แม่หมอ ลองตรวจเช็กพฤติกรรมการดูแลผิวของเราก่อนค่ะ บางทีอาจจะเป็นเรื่องของปัญหาผิว ที่ไม่ว่าใครก็เจอได้ แต่อาจจะเจอหนักไปหน่อย และเพื่อยกระดับความสวยให้กับผิว นอกจากคำแนะนำที่เราเผยไป อย่าลืมเสริมผิวให้แข็งแรงด้วยนะคะ เพราะผิวแข็งแรงเป็นพื้นฐานขอองผิวสวย ลดปัญหาผิวเรื้อรังหลายอย่างได้ หรือถ้าอาการผิวดูไม่ดีขึ้น ทางที่ดี ควรไปพาแพทย์ (ที่ไม่ใช่แม่หมอ พ่อหมอนะ) เพื่อวินิจฉัยโรคของเรา และรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไปค่ะ

References: 
– Dull Complexion: Symptoms, Causes, Treatments, Tips to Improve Skin Complexion
– What Are Dark Spots and How Do You Get Rid of Them?
– Dark Circles Under The Eyes — What You Can Do

Credit Pictures: 1, 2, 3

   

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

สิวแต่ละที่ กำลังบอกอะไรเรา

สิวแต่ละที่ กำลังบอกอะไรเรา ?

7 วิธีจับโกหก

7 วิธีจับโกหก ไม่ว่าใครก็มาหลอกเราไม่ได้