เคล็ดลับปราบสิวอุดตันด้วยตัวเอง

เคล็ดลับปราบสิวอุดตันด้วยตัวเอง ให้ผิวหน้าเรียบเนียน 

ลองเอามือสัมผัสที่ผิวหน้าคุณดู คุณกำลังเจอกับสิ่งเหล่านี้ใช่หรือเปล่า “สัมผัสแล้วผิวขรุขระ เพราะมีเม็ดอะไรไม่รู้เล็กๆ ขึ้นตามผิวหน้า” “ส่องกระจกแล้วเห็นสิวเม็ดสีขาวเล็กๆ ไม่มีหัวสิว” “จะบีบก็บีบออกไม่ได้” ถ้าคุณกำลังเจอสิ่งเหล่านี้ แสดงว่าคุณกำลังเจอกับปัญหาสิวอุดตันค่ะ ที่ทำให้ผิวเราไม่เรียบเนียนสักที วันนี้ เราจะมาบอกเคล็ดลับรักษาสิว ที่จะทำให้เรามีผิวเรียบเนียน แบบไม่มีสิวอุดตันมากวนใจ ด้วยวิธีการรักษาด้วยตัวเอง

มาดูกันค่ะว่า ถ้าอยากเคลียร์สิวอุดตันให้หายไปด้วยตนเอง จะมีวิธีอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาบอกแบบ Step by step เลย !

เคล็ดลับปราบสิวอุดตันด้วยตัวเอง ให้ผิวหน้าเรียบเนียน

รู้จักสิวอุดตันกันแล้ว และเช็กแล้วว่า เรากำลังเผชิญกับปัญหาสิวอุดตันจริงๆ คราวนี้มาดูวิธีการรักษากันค่ะ ปราบอย่างไรให้อยู่หมัด

1. ล้างหน้าให้สะอาด

เคล็ดลับปราบสิวอุดตันด้วยตัวเอง

รูขุมขนอุดตัน เป็นสาเหตุตัวสำคัญของการเกิดสิวอุดตันเลยค่ะ ถ้าอยากจบปัญหาสิวอุดตัน ต้องเริ่มที่การล้างหน้าให้สะอาดก่อน คนที่แต่งหน้าหรือแค่ทาครีมกันแดดเฉยๆ ก็ต้องใช้ Cleansing หรือ Makeup Remover เช็ดผิวหน้าให้สะอาดก่อนเสมอ แล้วตามด้วยล้างหน้าด้วย Cleanser หรือที่เราๆ เรียกว่าโฟมล้างหน้า มาล้างหน้าให้สะอาดค่ะ

Tip
– โฟมล้างหน้าที่อยากแนะนำสำหรับคนเป็นสิวก็คือ ต้องเป็นแบบที่ล้างได้สะอาดล้ำลึก
– โฟมล้างหน้าต้องมีความอ่อนโยน เพื่อรักษาผิวหน้าเราไม่ให้ระคายเคือง และไม่กวนสิวให้เห่อยิ่งขึ้นค่ะ


2. ใช้ยารักษาสิวกำจัดสิวอุดตัน

มาที่ข้อสำคัญค่ะ อยากหายก็ต้องมียาเป็นตัวช่วย ถ้าอยากหายจากสิวอุดตัน ก็ต้องใช้ยาช่วยดันสิวที่มันอยู่ใต้ผิวหนังเราออกมาให้หมด ถึงจะหาย แต่ปัญหาก็คือ แล้วยาตัวไหนที่ช่วยทำให้สิวอุดตันเราหายได้ จริงๆ ก็มีตัวยาอยู่หลายตัวค่ะ เช่น

• Benzoyl Peroxide

เคล็ดลับปราบสิวอุดตันด้วยตัวเอง

หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า BP หรือยี่ห้อยา Benzac ค่ะ ยาตัวนี้จะมีหน้าที่ช่วยลดการอักเสบ ลดจำนวนแบคทีเรีย P.Acne และลดสิวอุดตันได้ด้วย แต่ประสิทธิภาพหลักๆ ของมัน ส่วนตัวมองว่าเหมาะกับสิวอักเสบ สิวหนองมากกว่าค่ะ แต่สิวอุดตันก็ช่วยได้บ้างเช่นกัน เหมาะสำหรับคนที่มีทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตันไม่เยอะมากนัก

ความเข้มข้นในการใช้:

– ในท้องตลาดจะมีขายความเข้มข้น 2 แบบคือ 2.5% และ 5.0% ค่ะ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้ใหม่ๆ แนะนำว่าให้ใช้แบบ 2.5% ก่อนค่ะ เพราะผิวอาจแพ้ระคายเคือง หรือเป็นผื่นแดง หน้าแห้ง ลอกได้ ถ้าใช้แบบเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นสูง

วิธีการใช้:
– ทาบางๆ ที่ผิวหน้าก่อนจะล้างหน้าช่วงตอนเย็นประมาณ 5-10 นาที
– ทากลัวสิวเห่อหนัก ทาบางๆ เฉพาะจุดก็ได้ค่ะ

ข้อควรระวัง:
– ยาตัวนี้มีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวเก่าด้วย เพื่อกำจัดสิ่งอุดตันในรูขุมขน อาจส่งผลให้ผิวเราแห้ง ระคายเคืองได้ ดังนั้น ไม่ควรทายาหนาเกินไปค่ะ
– ไม่ควรใช้ร่วมกับยาประเภท Retinoid หรือกรดวิตามินเอ อย่าง Retin-A ค่ะ

• Retin-A

เคล็ดลับปราบสิวอุดตันด้วยตัวเอง

มาที่ยาตัวแม่ในการรักษาสิวอุดตันกันค่ะ นั่นคือกรดวิตามินเอ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อว่า Retin-A ยาตัวนี้จะมีคุณสมบัติในการสลายสิวอุดตัน ขจัดสิ่งอุดตันในรูขุมขน ทำให้สิวอุดตันค่อยๆ สลายตัวหายไปค่ะ และยังช่วยลดความมันได้ด้วย (พอความมันลดลง สิวก็จะขึ้นได้ยาก) แต่สิ่งที่ทำให้ใครหลายคนกังวลในการใช้ก็คือ ยาตัวนี้มาแล้ว สิวจะปะทุรุนแรงมาก แต่ไม่ต้องตกใจไปค่ะ สิวจะเห่อแค่ช่วงระยะเวลานึงเท่านั้น หลังจากนั้นจะค่อยๆ ยุบลง เพราะมันทำหน้าที่ในการขับสิวที่อุดตันออกให้หลุดออกไปนั่นเอง

ความเข้มข้นในการใช้:

– ตามท้องตลาดจะมีขายที่ 0.025% และ 0.5% ค่ะ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้ ขอแนะนำให้ใช้ที่ความเข้มข้น 0.025% ก่อนค่ะ เพื่อป้องกันการระคายเคือง และสิวเห่อหนัก

วิธีการใช้:
– ทาบางๆ ปริมาณผิวหน้าก่อนนอน ทาใช้ทั้งหน้า ควรใช้แค่เท่าถั่วเม็ดลันเตา แต่ใครใจยังไม่กล้าพอ จะแต้มเฉพาะจุดที่มีสิวอุดตันก็ได้ค่ะ
ควรใช้วันละครั้ง เฉพาะก่อนนอนเท่านั้น เพราะว่ายาตัวนี้จะทำให้ผิวเราไวต่อแสง หน้าจะดำคล้ำง่าย ดังนั้น มันเลยเหมาะกับการทาผิว แล้วปิดไฟเข้านอนเลยค่ะ
– คนที่กลัวสิวปะทุขึ้นมาเห่อเต็มหน้า ควรทดลองด้วยการทาเฉพาะจุด หลีกเลี่ยงบริเวณผิวบอบบาง อย่างเช่น ผิวรอบดวงตา ผิวรอบจมูกและรอบปากค่ะ
– หากเจอปัญหาสิวอักเสบหลังจากการใช้ยา ให้ใช้ Clinda M ทาที่สิวค่ะ ยาตัวนี้จะทำให้สิวยุบ ไม่ผุดขึ้นมา

ข้อควรระวัง:
– ไม่ควรใช้ร่วมกับยา BP
– ไม่ควรใช้ยาติดต่อกันนานหลายเดือน

• Differin

เคล็ดลับปราบสิวอุดตันด้วยตัวเอง

ใครรู้สึกว่า Retin-A มันรุนแรงต่อผิวหน้าฉันเกินไป ลองเปลี่ยนมาใช้ Differin แทนก็ได้ค่ะ ตัวนี้จะเปรียบเหมือน Generation ใหม่ของ Retin-A คุณสมบัติคล้ายๆ กันเลย แต่มีข้อดีคือ ลดปัญหาเรื่องการผลัดเซลผิวที่รุนแรงเกินไป มีความอ่อนโยนกว่า Retin-A ช่วยลดรอยจุดด่างดำจากสิว และใช้ร่วมกับตัวยา BP ได้ด้วยค่ะ และยังใช้ตัวยาที่ต่างกัน Differin ตัวยาชื่อว่า Adapalene แต่ Retin-A ตัวยาออกฤทธิ์คือ Tretinoin ซึ่งก็คือ กรดวิตามินเอนั่นเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ยาตัวนี้จะไม่ทำให้สิวเห่อนะคะ กลไกการรักษามันก็คล้ายๆ กับ Retin-A ค่ะ มันจะผลักหัวสิวที่อยู่ได้ผิวออกมาก่อน และค่อยสลายสิวให้หลุดออกไป

• ความเข้มข้นในการใช้:

– ในท้องตลาดมี 2 ความเข้มข้นคือ 0.1% และ 0.3% ค่ะ แนะนำให้ใช้แบบ 0.1% เพื่อป้องกันปัญหาผิวระคายเคือง

• วิธีการใช้:
– ทาที่ผิวหน้าบางๆ ก่อนนอน คล้ายๆ กับการใช้ Retin-A เลยค่ะ
– ทาทิ้งไว้ทั้งคืน แต่ใครกลัวแพ้ ให้ทาทิ้งไว้ 20-30 นาที แล้วล้างออกก่อนนอนก็ได้ค่ะ
– ควรใช้วันละครั้งก่อนนอนเท่านั้น


3. ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ

หลายคนมักเข้าใจว่า ครีมกันแดดทำให้ผิวเราอุดตันได้ แต่ความจริงแล้วก็คือ นี่คือสิ่งที่คนเป็นสิวอย่างเราขาดไม่ได้ค่ะ เพราะจากการใช้ยา มันมีผลข้างเคียงคือ ทำให้ผิวบาง ทำให้ผิวไวต่อแสงแดด ถ้าเราไม่ทาครีมกันแดดป้องกันผิวเลย ก็จะทำให้ผิวเราคล้ำเสียได้ง่ายมากๆ ถ้าอยากสิวหาย แบบหน้ายังกระจ่างใส ควรทาครีมกันแดดทุกวันด้วยนะคะ

Tip
– คววรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 และ PA+++ ค่ะ
– ใช้ครีมปริมาณเท่าเหรียญ 10 ในการทาให้ทั่วทั้งผิวหน้า
– ก่อนจะล้างหน้า ควรใช้ Cleansing เช็ดทำความสะอาดก่อน เพื่อลดปัญหาอุดตันรูขุมขน


4. ใช้ครีมบำรุงเพิ่มความแข็งแรงให้ผิว

เคล็ดลับปราบสิวอุดตันด้วยตัวเอง

ในช่วงนี้ผิวเรากำลังอ่อนแอค่ะ และยิ่งเจอตัวยาที่ผลัดเซลล์ผิว ละลายสิวอุดตันแล้วเนี่ย ทำให้ผิวเราบอบบางลงกว่าเดิม เพื่อให้ผิวเราแข็งแรง มีสุขภาพที่ดีขึ้น เราต้องบำรุงผิวควบคู่ไปกับการรักษาด้วยค่ะ

Tip
– เลือกใช้สกินแคร์หรือครีมที่มีความอ่อนโยน เพื่อถนอมผิว ไม่กวนสิวให้เห่อกว่าเดิม
– เลือกสกินแคร์ที่มีคุณสมบัติที่ปรับผิวให้แข็งแรงขึ้น โดยมีส่วนผสมอย่างเช่น Epidermist 4.0
– หากเป็นคนมีปัญหาผิวมันมากๆ ควรเลือกเนื้อครีมเนื้อบางเบา ซึมเข้าผิวง่าย เพื่อป้องกันปัญหาผิวอุดตันค่ะ


5. อยากมีผิวสวยต้องใจเย็น

เรื่องของการรักษาสิวต้องใช้เวลาค่ะ มันไม่สามารถหายขาดได้ภายในวันเดียว แต่ต้องใช้เวลานานหลายเดือน อย่างตัวยาที่เราแนะนำก็ต้องใช้เวลานานถึง 3 เดือน หน้าถึงจะใสกิ๊ง ดังนั้น ต้องอย่าใจร้อน เวลาเจอสิวเห่อก็อย่าจิตตกค่ะ เพราะใช้ยาไปเรื่อยๆ อาการสิวที่เห่อจะค่อยๆ ยุบลงเอง และต้องมีความสม่ำเสมอในการดูแลผิว ให้เวลากับมันสักหน่อย แล้วเราจะมีผิวสวยอย่างยั่งยืนค่ะ

นี่ก็คือเคล็ดลับการรักษาสิวอุดตันด้วยตัวเองค่ะ ใครที่กำลังเจอปัญหาสิวประเภทนี้ล่ะก็ ลองเอาเคล็ดลับที่เราบอกไปใช้ได้เลยค่ะ แต่มีความจริงอีกข้อที่อยากบอกค่ะ สิวอุดตันไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่อยู่ที่ว่าเราจะเป็นมาหรือน้อย เพราะว่าแต่ละวันเราต้องเจอฝุ่นละออง สิ่งสกปรก ความมันของผิวเรา ที่อาจทำให้ผิวเราเสี่ยงอุดตันได้ตลอดเวลา อย่างน้อยๆ ก็เคลียร์สิวอุดตันให้น้อยลง และบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผิวแข็งแรง สุขภาพดีอย่างยั่งยืนค่ะ

References: 
– What Are Closed Comedones?
– Acne: Treatment With Benzoyl Peroxide
– Using Benzoyl Peroxide to Treat Acne
– Retin-A Cream
– Treating Acne with Retin A: Does it Work?
– So, what’s different about Differin®?

Credit Pictures: 1, 2, 3, 4

   

บทความที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อครีม

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อครีม เพื่อไม่ให้เจอครีมเถื่อน

สิวแต่ละที่ กำลังบอกอะไรเรา

สิวแต่ละที่ กำลังบอกอะไรเรา ?