เทคนิคไม่ให้คล้อยตาม NLP

9 เทคนิคไม่ให้คล้อยตาม NLP จากคนที่ไม่หวังดี

สมัยนี้หลายคนคงได้ยินเรื่องศาสตร์ NLP กันมาแล้ว เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงานของระบบสมอง ความคิด ภาษา และจิตใจ ที่ช่วยให้ทำงานได้อย่างสอดคล้องกัน และนำมาสู่ความสำเร็จในด้านต่างๆ ถ้ามันถูกนำมาใช้ก็เป็นเรื่องที่ดีต่อตัวเราค่ะ แต่มันก็จะมีคนบางกลุ่มที่ใช้ประโยชน์ของศาสตร์นี้ในการหลอกล่อ หรือโน้มน้าวให้คนอื่นคล้อยตามในสิ่งที่ไม่ดี แล้วเราจะรอดพ้นจากสิ่งนี้ได้อย่างไร

มาดูวิธีป้องกันตัวเองไม่ให้คล้อยตาม NLP จากคนที่ไม่หวังดีต่อเรากันค่ะ

9 เทคนิคไม่ให้คล้อยตาม NLP จากคนที่ไม่หวังดี 

1. ระวังอย่าให้คนอื่นมาเลียนแบบท่าทางของเรา

เทคนิคไม่ให้คล้อยตาม NLP

อีกหนึ่งเทคนิคของ NLP คือการใช้ทฤษฎี mirror หรือทำท่าทางเลียนแบบเราเหมือนกับว่าเป็นกระจก ถ้าอยากรู้ว่าคู่สนสทนาเรากำลังใช้ NLP สะกดจิตเราหรือเปล่า เราลองทำท่าทางอะไรบางอย่าง และดูว่าเขาเลียนแบบเราอยู่ไหม ถ้าใช่ก็ให้รรีบระวังตัวไว้เลย

2. ขยับสายตาไปรอบๆ หลายทิศทาง

นัก NLP ทั้งหลาย มักจะชอบมองตาเราค่ะ ไม่ใช่ว่าเพราะสนอกสนใจอะไรเราหรอกนะคะ แต่เขาจะสามารถรู้ถึงพฤติกรรม การพูด การจา ว่าเราพูดจริง พูดโกหก หรือมีความคิดอย่างไร ผ่านการมองการเคลื่อนไหวของลูกตาเราค่ะ วิธีแก้ก็คือ เราอย่าจ้องไปที่ตาของเขาขยับสายตาบ้าง เช่น มองไปข้างๆ ข้าง ข้างล่าง ให้มันงงไปเองซะเลย แค่นี่ก็สะกดเราไม่ได้แล้ว

3. อย่าให้คนอื่นสัมผัสตัวเราได้ง่ายๆ

เทคนิคไม่ให้คล้อยตาม NLP

ในขณะที่พูดคุยกัน แล้วเราเริ่มอิน หรือมีความรู้สึกที่รุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหัวเราะ หรือโกรธมากๆ ฝ่ายตรงข้ามจะชอบใช้เทคนิคการสัมผัสตัวค่ะ พร้อมพูดโน้มน้าวให้เราติดกับได้ง่ายๆ ดังนั้น เป็นไปได้ อย่าให้ใครเอามีมาจับต้องตัวเราเป็นดีที่สุดค่ะ

4. ระวังคำพูดที่คลุมเครือ

นี่เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ใช้กันเยอะค่ะ เพราะ Milton Erickson คนที่คิดค้นทฤษฎี NLP ค้นพบว่า การที่ใช้คำพูดที่คลุมเครือจะทำให้คู่สนทนาตกอยู่ในภวังค์ และจะชักจูงง่าย คงมีน้อยคนนักที่จะลุกมาคัดค้านกับคำพูดที่ไม่รู้แน่ชัดว่าหมายถึงอะไรใช่ไหมล่ะคะ

5. ให้ระวังคำพูดของฝ่ายตรงข้ามเวลาอนุญาตให้เราทำอะไรสักอย่าง

ระวังให้ดี ถ้าคุณเจอคนประเภทที่ว่า เชิญให้เราทำนู้นทำนี่ได้อย่างสบายใจ เช่น “ทำตัวตามสบายเลย” “ไม่ต้องเกร็งนะ” “มีอะไรก็คุยกันได้” เพราะนี่เป็นคำพูดในขึ้นเริ่มต้นของการทำ NLP นั่นเอง ตามทฤษฎีบอกว่า การที่จะให้คนอื่นติดกับดัก หรือตกอยู่ในภวังค์ ก็คือการอนุญาตให้อีกฝ่ายได้ทำอะไรตามใจก่อน เพราะมันจะดูไม่เป็นการบังคับ แต่คุณจะยอมทำตามไปเองในสิ่งที่เขาโน้มน้าว

6. ให้ระวังคำพูดที่มีความหมายเข้าใจยาก

เทคนิคไม่ให้คล้อยตาม NLP

ประโยคที่ดูไม่เมคเซนส์อย่างเช่น “ยิ่งคุณระบายความรู้สึกของคุณของมามากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งจะเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นและมากขึ้น” พวกนัก NLP มักจะไม่พูดอะไรตรงๆ ไม่พูดในสิ่งที่จับต้องได้ แต่เขาจะเล่นกับความรู้สึกภายในของเรา พอเขาสามารถเข้าถึงความรู้สึกเราได้แล้ว ก็จะสามารถชักจูงเราไปในทิศทางที่เขาต้องการ

7. ให้อ่านและฟังคำพูดแบบละเอียด คำต่อคำ

นัก NLP มักจะใช้คำพูดที่มีความหมายบางอย่างแอบแฝงอยู่ เช่น “อาหาร โภชนาการ และการหลับนอนเป็นสิ่งที่สำคัญ คุณคิดว่ายังงั้นไหม” หากคุณฟังประโยคนี้เร็วๆ แน่นอนว่า เรื่องอาหาร โภชนาการ และการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญ แต่เดี๋ยวก่อน เรากำลังพลาดอะไรไปหรือเปล่า ถ้าลองกลับไปอ่านอีกที มันมีคำแปลกๆ อยู่นะ “หลับนอน” มันไม่ใช่ “การนอนหลับ” ทั่วไปอย่างที่เข้าใจหรอกนะ ดังนั้น ควรมีสติฟังสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามพูดให้ดีค่ะ

8. อย่าเห็นด้วยกับทุกสิ่ง

เทคนิคไม่ให้คล้อยตาม NLP

อีกวิธีหนึ่งที่จะเซฟตัวเราไม่ให้หลงเชื่อง่ายๆ ก็คือ อย่าเพิ่งเห็นด้วยกับสิ่งที่คนอื่นพูด หรือรีบด่วนตัดสินใจ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการเงิน บางทีคนขายอาจกำลังใช้เทคนิค NLP ต้อนเราให้ตัดสินใจไปตามอารมณ์ของเราในตอนนั้น สิ่งที่ควรทำคือ ให้บอกเขาว่าขอเวลาคิดดูก่อน อย่างน้อยให้ผ่านไปสัก 24 ชั่วโมงแล้วค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สาย

9. เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง

จริงๆ แล้วคนเราจะมีเซนส์ค่ะ เราจะพอรู้ว่า ใครจะมาในไม้ไหน คนที่จะเอาเทคนิคนี้มาเล่นง่ายเรา มักจะมีพิรุธแปลกๆ มีท่าทางไม่น่าไว้วางใจ ถ้าจู่ๆ มีความรู้สึกไม่น่าเชื่อใจ ก็ขอให้เชื่อความรู้สึกนั้น แล้วรีบปฏิเสธออกมา หรือไม่ก็เรียกหาหลักฐานที่สร้างความน่าเชื่อถือจากเขาค่ะ

จริงๆ แล้วศาสตร์แห่ง NLP ก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ก็ต้องยืนอยู่บนพื้นฐานความจริง ก็จะช่วยให้เรามีพลังใจ คิกบวกมากขึ้น ดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามา แต่ด้วยความที่มันเป็นศาสตร์ที่สามารถควบคุมความคิดได้ ก็จะมีคนไม่หวังดีบางกลุ่มที่ใช้เรื่องนี้มาหลอกลวงผู้อื่น ซึ่งก็ไม่เสียหายอะไร ถ้าเราจะระวังตัวให้ห่างไกลจากคนพวกนี้ไว้บ้างค่ะ

Reference
– 10 Ways to Protect Yourself From NLP Mind Control

Credit Pictures: 1, 2, 3, 4, 5

   

บทความที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ควรเลิกทำ ถ้าอยากมีผิวขาวกว่าเดิม

สิ่งที่ควรเลิกทำ ถ้าอยากมีผิวขาวกว่าเดิม

ครีมกันแดดแบบ Physical

ครีมกันแดดแบบ Physical และ Chemical ต่างกันอย่างไร