แสงสีฟ้า ทำให้ผิวเสียจริงหรือไหม

แสงสีฟ้า ทำให้ผิวเสียจริงหรือไหม ?

ในสมัยก่อน เป็นที่รู้กันดีว่า แสงสีฟ้า หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า high-energy visible light (HEV Light) สามารถส่งผลกระทบต่อสายตา และรบกวนการนอน แต่ปัจจุบันนี้ มีสิ่งที่น่ากังวลประเด็นใหม่เกิดขึ้นก็คือ แสงสีฟ้าจากจอสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์สามารถทำร้ายผิวเราได้ด้วย

ความจริงจะเป็นอย่างไร id SKIN EXPERT จะพาไปดูคำตอบพร้อมๆ กันเลยค่ะ

แสงสีฟ้าทำปฏิกิริยาอะไรกับผิวเราบ้าง ?

ก่อนจะไปดูว่า แสงสีฟ้าทำให้ผิวแก่ ผิวหมองคล้ำได้ไหม เรามาดูกันก่อนดีกว่าค่ะว่า แสงสีฟ้านั้นทำปฏิกิริยาอะไรกับผิวเรา สิ่งที่แสงสีฟ้าทำก็คือ มันจะเข้าไปสร้างสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ทำให้เซลล์ผิวเราเสื่อมสภาพเร็วค่ะ นอกจากนี้ แสงสีฟ้าอาจไม่รุนแรงเท่าแสง UVA หรือ UVB แต่ว่ามันสามารถทะลุเข้าชั้นผิวได้ลึก จนถึงผิวหนังชั้นแท้ (Dermis) หรือชั้นที่มีคอลลาเจนหรืออีลาสตินอยู่ได้เลยค่ะ


แสงสีฟ้าจากจอสมาร์ทโฟน ทำให้ผิวเสียจริงไหม ?

ตอนนี้ประเด็นเรื่องแสงสีฟ้าทำร้ายผิวได้จริงหรือไหม กำลังอยู่ในการค้นคว้า วิจัยเพิ่มเติม แต่สิ่งที่งานวิจัยรายงานออกมาในปัจจุบันคือ แสงสีฟ้าสามารถกระตุ้นให้ผิวเกิดจุดด่างดำ และฝ้าได้ รวมถึงทำให้ผิวแก่ขึ้นได้อีกด้วยค่ะ เพราะว่าแสงสีฟ้าสามารถทะลุเข้าถึงชั้นผิวที่มีคอลลาเจน ซึ่งอาจทำให้คอลลาเจนถูกทำลายได้ อีกทั้งแสงสีฟ้ายังทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระในเซลล์ผิวเราได้ด้วย

จากงานวิจัยในปี 2013 ที่ทำขึ้นโดย Lipo Chemicals ได้สรุปไว้ว่า ผละกระทบจากแสงสีฟ้าที่ทำร้ายผิวได้เนี่ย มันพอๆ กับแสง UVA กับ UVB ทำได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เกิดจุดด่างดำ และรวมถึงปัญหาริ้วรอย ผิวที่แก่ขึ้น และงานวิจัยในปี 2014 ยังบอกอีกด้วยว่า แสงสีฟ้า ทำให้เกิดจุดด่างดำได้มากกว่าแสง UVB เสียอีก

แสงสีฟ้า ทำให้ผิวเสียจริงหรือไหม

อีกทั้งหากเราเล่นสมาร์มโฟนก่อนนอน แสงสีฟ้าที่ว่านี้ก็ยังไปรบกวนฮอร์โมนเมลาโทนิน ที่ช่วยให้นอนหลับ พอมันถูกรบกวน ก็จะทำให้เรานอนหลับไม่สนิท ส่งผลเสียทางอ้อมให้กับผิวได้ค่ะ

แต่ความแตกต่างระหว่างแสงสีฟ้ากับแสง UV ก็คือ แสงสีฟ้าจะไม่ทำให้ผิวระคายเคืองในทันทีทันใดค่ะ มันจะเป็นเหมือน “ภัยเงียบ” ที่ค่อยแทรกตัวเข้าไปในผิวเรา และทำร้ายผิวทางอ้อม


แต่สมาร์ทโฟนไม่ได้ทำร้ายผิวเพราะแสงสีฟ้าอย่างเดียวหรอกนะ

แสงสีฟ้า ทำให้ผิวเสียจริงหรือไหม

จริงๆ แล้ว เรื่องประเด็นผิวหมอง ผิวคล้ำ หรือริ้วรอย จะไปโทษแสงสีฟ้าไม่ได้หรอกค่ะ เพราะในชีวิตประจำวันเรายังเจอปัจจัยภายนอกอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแสง UV หรือบางทีแสงที่เข้าไปทำร้ายผิวไม่ได้มาจากแค่แสงสีฟ้าในจอ แต่สมาร์ทโฟนยังเพิ่มโอกาสให้ผิวเราได้รับแสง UV ไปเต็มๆ ถ้าเราไปเล่นกลางแดดค่ะ เพราะหน้าจอสมาร์ทโฟนจะสะท้อนแสง UV และสาดเข้ามาที่หน้าเราอย่างเต็มๆ ได้


แล้วเราควรรับมือกับแสงสีฟ้านี้อย่างไรดี

จริงๆ มันก็ไม่ได้น่ากลัวถึงขั้นที่ว่าต้องเลิกเล่นสมาร์ทโฟนไปเลยดีกว่า เพราะแม้จะมีงานวิจัยบอกว่า แสงสีฟ้า อาจทำให้ผิวหมองคล้ำ หรือผิวแก่ขึ้นได้ แต่ยังไม่มีงานวิจัยที่สรุปแน่ชัดว่า แสงสีฟ้าจะทำให้ผิวเราเป็นมะเร็งได้ (แต่แสง UV สามารถทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ค่ะ) นอกจากนี้ เราสามารถป้องกันได้ค่ะ เช่น

แสงสีฟ้า ทำให้ผิวเสียจริงหรือไหม

• ใส่ฟิล์มกันแสงสีฟ้าให้กับสมาร์ทโฟน
• เล่นสมาร์ทโฟนให้น้อยลง ยามว่างทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน เช่น เล่นกีฬา อ่านหนังสือ เป็นต้น
• ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
• ใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมอย่าง lutein และ beta-carotene ที่จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยปกป้องและลดเลือนริ้วรอยได้
• ใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี ที่สามารถกระตุ้นสร้างคอลลาเจนให้กับผิวค่ะ


สรุปว่า แสงสีฟ้าจากจอสมาร์ทโฟนหรือจากจอคอมพิวเตอร์ อาจทำให้ผิวเราหมองคล้ำ เกิดจุดด่างดำ และริ้วรอยได้ แต่ยังไม่มีงานวิจัยใดสรุปว่า มันจะร้ายแรงถึงขั้นทำให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนัง ทางที่ดีควรเล่นแต่พอดี และบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่มีอะไรทำให้ผิวสวยๆ ของเราพังได้ค่ะ

References: 
– IS TECHNOLOGY WRECKING YOUR SKIN?
– Lights off: is the glare from your computer really ageing your skin?
– IS BLUE LIGHT MAKING US AGE FASTER?
– HEV LIGHT AND SKIN DAMAGE: A BALANCED VIEW

Credit Pictures: 1, 2, 3, 4

   

บทความที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ทำให้หน้าแก่กว่าวัย

สิ่งที่ทำให้หน้าแก่กว่าวัย ไม่แพ้แสงแดด

วิธีบำรุงผิว

7 วิธีบำรุงผิว ที่ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุ 20