5 วิธีที่ไม่ได้ทำให้ผิวหายมัน

ปัญหาหน้ามันเป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวกวนใจ นอกจากจะทำให้เรารู้สึกรำคาญในความมันเยิ้ม หรือทำให้หน้าดูหมอง เครื่องสำอางเลือนระหว่างวันแล้ว ความมันที่มากเกินก็ทำให้เกิดปัญหาสิวตามมาได้ เลยทำให้หลายคนพยายามสรรหาวิธีที่จะมาลดความมัน แต่…มันก็มีทั้งวิธีที่เวิร์กและวิธีที่ทำให้ผิวพังกว่าเดิม!

เพื่อไม่ให้หน้ามันเยิ้มหนักกว่านี้ วันนี้เราเลยขอมาบอกวิธีที่ไม่ควรทำ เพราะไม่ได้ทำให้หน้าหายมันอย่างที่คิดค่ะ

5 วิธีที่ไม่ได้ทำให้ผิวหายมัน

1. ไม่ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพราะกลัวหน้ามัน

หลายคนคงสงสัยใช่ไหมล่ะคะว่า หน้ามันอยู่แล้ว ทำไมต้องเพิ่มความชุ่มชื้นเข้าไป ยังงี้จะไม่ยิ่งทำให้ผิวมันกว่าเดิมเหรอ? แต่รู้ไหมคะว่า การไม่ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้ผิวเลย ยิ่งทำให้ผิวมันมากกว่าเดิมอีกค่ะ! เพราะผิวขาดน้ำเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวมันได้ ซึ่งผิวขาดน้ำกับผิวมันนี่ไม่เหมือนกันนะคะ หากผิวเราขาดความชุ่มชื้น หรือน้ำใต้ผิวหนัง ก็จะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตความมันออกมามากกว่าเดิม เพื่อไม่ให้ผิวแห้งจนเกินไปนั่นเอง

สิ่งที่ควรทำ: ควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์อยู่สม่ำเสมอ ถ้าใครกลัวว่าจะยิ่งทำให้ผิวมันกว่าเดิมล่ะก็ ให้เลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ระบุไว้ว่าสำหรับคนผิวมัน ใช้แบบเนื้อบางเบา หรือเนื้อแบบเจล และควรปราศจาก oil ค่ะ


2. ใช้โฟมล้างหน้าแรงๆ ล้างแล้วหน้าเอี๊ยด

ลองสังเกตโฟมล้างหน้าที่คุณใช้อยู่สิคะว่า พอล้างเสร็จแล้ว ผิวหน้าเราเป็นยังไง ล้างแล้วรู้สึกหน้าเอี๊ยด ไม่หลงเหลือความมันเลยสักนิด และแห้งสนิทเลยหรือเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็ อาจจะต้องมองหาโฟมล้างหน้าที่เหมาะกว่าแล้วล่ะก็ เพราะนี่เป็นสัญญาณเตือนของโฟมล้างหน้าที่อาจมีส่วนผสมแรงๆ ซ่อนอยู่ เลยทำให้เวลาล้างแล้วหน้าแห้งเกินไป เพราะโฟมได้ชำระล้างความชุ่มชื้นที่ผิวจำเป็นออกไปด้วย ทำให้พอล้างหน้าเสร็จไปสักพัก ผิวก็จะกลับมามันหนักกว่าเดิมอีก เพราะผิวได้ผลิตความมันเพิ่มขึ้น เพื่อให้ผิวเกิดความสมดุลนั่นเอง

สิ่งที่ควรทำ: เลือกโฟมล้างหน้าที่มีความอ่อนโยน ปราศจากส่วนผสมแรงๆ หรือสารระคายเคือง อย่างเช่น สารกลุ่มซัลเฟต (SLS, SLES) น้ำหอม พาราเบน แอลกอฮอล์ และสีสังเคราะห์ นอกจากนี้ควรเป็นโฟมที่ล้างแล้วหน้าไม่เอี๊ยด มีความชุ่มชื้นหลงเหลืออยู่หน่อยๆ ค่ะ รวมถึงอย่าล้างหน้าบ่อยเกินไปด้วยค่ะ ควรล้างหน้าแค่วันละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว


3. โบ๊ะแป้งหนาเกินไป

หน้ามันแบบนี้ ต้องโบ๊ะแป้งหนาๆ เพื่อให้แป้งดูดซับความมันสักหน่อยแล้ว… ใครทำแบบนี้อยู่บ่อยๆ คงถึงเวลาที่ต้องหยุดพฤติกรรมนี้แล้วล่ะค่ะ เพราะยิ่งโบ๊ะแป้งเยอะ ก็ยิ่งทำให้หน้ามันกว่าเดิมได้ เพราะการทาแป้งเยอะไปจะทำให้ผิวแห้ง และผิวก็จะทำให้ผิวกลับมาสมดุลด้วยการกระตุ้นความมันออกมา และทำให้ผิวหน้าดูเป็นคราบ ไม่ไบร์ท กระจ่างใสอย่างที่คิดหรอกค่ะ อีกทั้งการทาแป้งหนาๆ เสี่ยงให้รูขุมขนอุดตันง่าย ทำให้สิวตามมาได้ค่ะ

สิ่งที่ควรทำ: ควรเลือกเครื่องสำอางประเภท oil-free เวลาแต่งหน้าไม่ควรทารองพื้น หรือแป้งหน้าเกินไป แนะนำว่าทาแค่แป้งฝุ่นเบาๆ ก็สวยแล้วค่ะ


4. ขัดผิวบ่อยๆ

ปัญหาของคนผิวมันอย่างหนึ่งก็คือ จะมีคราบมันอุดตันตามรูขุมขนเยอะ จนต้องใช้การสครับผิวเข้าช่วย แต่ก็ต้องระวังว่าอย่าทำบ่อยเกินไป เพราะว่าการสครับผิวจะทำให้หน้าแห้งเกินไป ส่งผลให้มันหน้าผลิตความมันออกมามากกว่าเดิมได้ และอาจส่งผลให้ผิวระคายเคือง และอ่อนแอลงได้ค่ะ

สิ่งที่ควรทำ: หากมีความจำเป็นต้องสครับผิว ไม่ควรสครับเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ


5. กลัวว่าผิวจะมันมากเกินไป

เพราะกลัวว่าผิวเราจะมันมากเกินไป เลยทำให้บางทีเราก็สรรหาสารพัดวิธีเพื่อมาแก้ไขปัญหาผิวที่ว่า ทำให้บางทีอาจไปเจอวิธีที่ไม่ได้เวิร์กจริงๆ เลยส่งผลให้หน้ามันหนักกว่าเดิมได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว ความมันไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไปค่ะ ผิวคนเราต้องการความมันอยู่เช่นกัน เพื่อให้ผิวเราสมดุล ไม่แห้ง หยาบกร้านจนเกินไป

สิ่งที่ควรทำ: ไม่ควรกังวลกับปัญหาผิวมันมากเกินไปค่ะ เพียงแค่ใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิว ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้ผิวชุ่มชื้น และเลี่ยงวิธีการบำรุงผิวแบบผิดๆ ก็จะทำให้ผิวหน้าเรามีสุขภาพดีและสวยใสได้

นี่ก็คือวิธีการบำรุงผิวที่ไม่ได้ทำให้ผิวหายมันอย่างที่คิดค่ะ ถ้าไม่อยากให้ผิวมันหนักกว่าเดิมควรเลี่ยงวิธีบำรุงผิวเหล่านี้เอาไว้เลย


References
5 Huge Mistakes People with Oily Skin Make
7 Things Women With Oily Skin Should Never Do

Credit Pic : 1 , 2 , 3

บทความที่เกี่ยวข้อง

7 วิธีดูแลผิวที่ผู้ชายทุกคนต้องรู้

4 อาหารที่เอามาพอกหน้าแล้วลดรอยคล้ำใต้ตาได้