5 วิธี ปรับผิวให้ขาวเท่ากันทั่วเรือนร่าง

ผ่านช่วงซัมเมอร์ แดดแรงแบบพีคๆ มา ปัญหาหนึ่งที่หลายคนมักจะเจอกันคือ สีผิวไม่สม่ำเสมอกัน อย่างเช่น แขนดำกว่าหน้า ผิวอยู่ใต้ร่มผ้าขาวกว่า ทำให้ผิวดูด่างๆ เดี๋ยวขาว เดี๋ยวคล้ำ สีไม่เท่ากันทั่วเรือนร่าง

วันนี้ id SKIN EXPERT เลยขอมาแนะนำเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยปรับผิวให้ขาวเท่ากันค่ะ

1. ใช้วิตามินซีเพิ่มความกระจ่างใสอย่างปลอดภัย

“เมลานิน” เป็นสารที่ทำให้ผิวเราคล้ำมากขึ้น แต่วิตามินซีจะทำหน้าที่เข้าไปยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้ผิวสร้างเม็ดสีเมลานินน้อยลง นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ผิวเราหมองคล้ำอีกก็คือ พวก “อนุมูลอิสระ” แต่วิตามินซีจะทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่คอยไปยับยั้งกระบวนการแอนติออกซิเดชั่นที่เกิดขึ้นในผิว ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้ผิวแก่ขึ้น และเกิดความหมองคล้ำ

สรรพคุณของวิตามินซียังไม่หยุดอยู่แค่เพียงเท่านี้ มันยังเข้าเพิ่มระดับกูลต้าไธโอน (Glutathione) และวิตามินอี ซึ่งสองตัวนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญต่อผิวเราอย่างมาก โดยเฉพาะกลูต้าไธโอนที่ช่วยกระตุ้นการสร้าง Pheomelanin หรือเซลล์ผิวสีเหลืองหรือแดง แทนที่จะเป็นเม็ดสีผิวดำอย่าง Eumelanin

เราสามารถเพิ่มวิตามินซีให้กับผิวได้ด้วยการเลือกครีมหรือเซรั่มที่มีส่วนผสมของวิตามินซี อย่าง Ascorbyl Tetraisopalmitate ซึ่งเป็นอนุพันธ์วิตามินซี ที่ความระคายเคืองต่ำ ไม่แพ้ง่ายและทานวิตามินซีด้วยการทานผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ไม่ว่าจะเป็นส้ม ฝรั่ง บร็อคโคลี่ เป็นต้น วิตามินซีเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ผิวเราขาวได้อย่างปลอดภัยพร้อมสุขภาพดีอีกด้วย


2. ทานและทา Niacinamide

Niacinamide เป็นวิตามินที่อยู่ในกลุ่มวิตามินบี มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า วิตามินบี3 ซึ่งมีอยู่ในอาหารหลายประเภท และยังเป็นส่วนผสมสำคัญที่ถูกใช้ในครีมบำรุงหลายๆ ตัวด้วย เพราะว่า Niacinamide มีคุณสมบัติที่ดีกับผิวอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดเลือนริ้วรอย และยังมีคุณสมบัติพิเศษช่วยปรับผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นได้ด้วย

สาเหตุที่ทำให้ผิวคล้ำขึ้นก็มักมาจากแสงแดด พอผิวเราถูกแสงแดดมากไป ชั้นผิวจะมีการผลิตเมลานินมากขึ้น แต่ตัว Niacinamide จะยับยั้งการปล่อยสารเมลานินไม่ให้เข้าสู่ keratinocyte ที่จะมีหน้าที่พาสารเมลานินลอยขึ้นสู่ชั้นผิวหนัง หรือพูดอีกอย่างแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือ Niacinamide ยับยั้งไม่ให้เกิดการรวมตัวของเมลานินในชั้นผิวหนังนั่นเอง ซึ่งเราสามารถเพิ่มวิตามินประเภทนี้ด้วยการกินอาหารได้ด้วย เช่น อาหารจำพวกโปรตีนที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 3 เช่น ไก่ ไข่ นม ปลาแซลมอน ปลาทูน่า หรือจะเป็นพวกธัญพืช ถั่วลิสง เป็นต้น


3. ทาครีมกันแดด หลีกเลี่ยงแสงแดด

ไม่มีเคล็ดลับไหนดีไปกว่าการทาครีมกันแดดค่ะ เพราะนี่ดูเป็นไอเท็มที่จะต่อต้านแสงแดดไม่ให้เข้ามาทำร้ายผิวเราได้ ที่เราต้องทาครีมกันแดดเพราะเราต้องไม่ทำให้ผิวเราดำคล้ำยิ่งไปกว่านี้ และในขณะเดียวกันก็ปรับสภาพผิวที่คล้ำเสียให้ขาวกระจ่างใสขึ้น ถ้าเราไม่ทาครีมกันแดดก็จะยิ่งทำให้เกิดรอยคล้ำเสียมากกว่าเดิมค่ะ นอกจากนี้ ต้องพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด อย่าออกไปเผชิญแดดที่แรงจ้าด้วยนะคะ


4. สครับผิวให้ผิวหมองๆ หลุดออกไป

หากคุณเป็นคนที่ไม่เคยขัดผิวเลยสักครั้ง ก็ให้สงสัยไว้ได้เลยว่า ที่เรามีผิวที่หมองคล้ำ และดูไม่กระจ่างใส อาจเป็นเพราะว่า เซลล์ผิวที่ตายแล้วบนผิวหนังเรายังไม่หลุดออกไป วิธีแก้ไขปัญหานี้ก็คือ เราควรที่จะหันมาสครับผิวบ้างอะไรบ้าง เพื่อผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป พร้อมเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสกว่าเดิมออกมา


5. พบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้น

หากผ่านไปนานเกือบครึ่งปี แล้วสภาพสีผิวยังไม่ดีขึ้น ยังกระดำกระด่าง สีผิวไม่เท่ากัน ก็อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังที่มีความเชี่ยวชาญ ให้แพทย์ช่วยวินิจฉัยถึงปัญหาผิวที่แท้จริงของเรา และช่วยหาทางปรับสภาพผิวเราให้ขาวกระจ่างใสขึ้น ซึ่งเราอาจจะต้องเจอกับวิธีการผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี เพื่อเผยให้เห็นชั้นผิวที่ขาวกระจ่างใสขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีการดังกล่าว ค่อนข้างมีความอันตราย ไม่ควรทำเอง แต่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ผิวหนังที่เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อที่เราจะได้ขาวอย่างปลอดภัย

นี่ก็คือวิธีฟื้นฟูสีผิวที่ดูไม่สม่ำเสมอ ให้ขาวเท่าทั่วกันทั่วเรือนร่างค่ะ ถ้าทำตามเคล็ดลับนี้ บอกลาแขนดำกว่าหน้า หรือคอดำกว่าหน้าไปได้เลย


References
Vitamin C Skin Lightening: 7 Facts You Need to Know
Remove Dark Pigmentation Characteristic Of Aging Skin
Why do people get color changes with skin treatments?

Credit Pic :  1 , 2 , 3

บทความที่เกี่ยวข้อง

ถ้าไม่อยากมีผิวอ่อนแอ

7 พฤติกรรมที่ควรเลิกทำ ถ้าไม่อยากมีผิวอ่อนแอ

ทำไมผิวเราถึงจำเป็นต้องใช้เซรั่ม

ทำไมผิวเราถึงจำเป็นต้องใช้เซรั่ม ?