Apple กับ Pineapple

Apple กับ Pineapple ดีต่อผิวอย่างไร

Apple กับ Pineapple ? ไม่รู้เหมือนกันว่าความหมายที่แท้จริงของ Pen Apple Pineapple Pen ของลุง Pico Taro มันคืออะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ รู้ไหมว่า ทั้ง Apple และ Pineapple เนี่ย มันมีประโยชน์ต่อผิวเราหลายอย่างเลยนะคะ ถ้าพกไปกินบ่อยๆ รับรองว่า ผิวสวยๆ ไม่ไปไหนไกลเลย

วันนี้ id SKIN EXPERT จะพามาดูว่า Apple และ Pineapple มีประโยชน์กับผิวเราอย่างไรบ้าง

แอปเปิ้ลดีต่อผิวอย่างไร

Apple กับ Pineapple

1. ลดเลือนริ้วรอย

แอปเปิ้ลถือว่าเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยวิตามินซี มีถึง 10.3 มิลลิกรัม หรือคิดเป็นวิตามินซีจำนวน 14% ของวิตามินซีที่ร่างกายเราต้องการ ข้อดีของวิตามินซีก็คือ จะเข้าไปช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวเพิ่มมากขึ้น รู้ไหมว่า เราไม่สามารถเติมคอลลาเจนผ่านทางผิวหนังโดยตรงได้ สิ่งที่ทำได้คือ การกระตุ้นให้มันผลิตขึ้นมาเองในชั้นผิวหนัง ซึ่งการทานวิตามินซีก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ค่ะ พอมีคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือ ผิวเราจะกระชับ เต่งตึงขึ้น ริ้วรอยดูลดเลือน

2. ป้องกันแสง UV

รู้ไหมว่า การที่เราตากแดดเป็นเวลานาน จะทำให้วิตามินซีในผิวหนังของเราลดลง และพอไม่มีวิตามินซี ซึ่งเป็นสารต้านมนุมูลอิสระอย่างหนึ่ง ก็ทำให้ผิวเสียได้ แต่แอปเปิ้ลสามารถช่วยปกป้องผิวจากแสง UV ได้ด้วยนะคะ เพราะว่าในแอปเปิ้ลอุดมไปด้วยวิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ที่ช่วยป้องกันผิวจากแสงแดด และฟื้นฟูผิวเราให้กลับมากระจ่างใสได้อีกด้วย และยังมีวิตามินเอ ที่ช่วยฟื้นฟูผิวจากการทำร้ายจากแสงแดดได้ด้วย

3. เพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว

สิ่งที่ทำให้ผิวเราหมองคล้ำลงมีหลายสาเหตุด้วยกัน แต่สาเหตุใหญ่ๆ เลยก็คือ แสงแดดค่ะ แต่ถ้าเรากินแอปเปิ้ลเป็นประจำ จะช่วยแก้ปัญผิวข้อนี้ได้ เพราะว่าวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมากที่มาจากวิตามินต่างๆ ในแอปเปิ้ล เลยช่วยทำให้ผิวเราขาวกระจ่างใสขึ้นได้

4. ลดสิว

อันนี้ดูเหมือนเป็นประโยชน์ทางอ้อมจากแอปเปิ้ลค่ะ จริงๆ แล้ว หน้าที่หลักของแอปเปิ้ลไม่ได้รักษาสิวโดยตรง แต่มันจะช่วยลดอาการสิวให้ทุเลาลงได้ เพราะว่าแอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ซึ่งสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวก็มาจากการที่เรากินน้ำตาล และของหวานมากๆ แต่ถ้าเราหันมากินแอปเปิ้ล ระดับน้ำตาลในเลือดเราก็จะน้อยลง เลยส่งผลให้ลดสิวไปในตัว


สับปะรดดีต่อผิวอย่างไร

Apple กับ Pineapple

1. หน้าเด็กกว่าวัย

ไม่ใช่แค่แอปเปิ้ลเท่านั้นที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย แต่รู้ไหมว่า สับปะรดก็ทำได้ด้วยนะ เพราะว่าสับปะรดก็อุดมไปด้วยวิตามินซีด้วยเช่นกัน สับปะรด 100 กรัม มีวิตามินซีถึง 47.8 มิลลิกรัม ซึ่งวิตามินซีก็จะช่วยกระตุ้นให้ผิวผลิตคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น หากกินทุกวันหน้าเด็กลงแน่นอน ตีนกาไม่กล้าเข้าใกล้เลยล่ะ

2. ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยความกระจ่างใส

อีกหนึ่งคุณประโยชน์แบบเด่นๆ ของสับปะรดที่มีต่อผิวก็คือ ช่วยสครับผิว ผลัดเซลล์เก่าของผิวเราออกไปได้ ซึ่งจะช่วยให้ผิวเราดูกระจ่างใสขึ้น ถ้าใครกำลังรู้สึกว่า พักนี้ตัวเองผิวหมอง ลองเอาสับปะรดมาขัดผิวดู ก็จะช่วยเอาความหมองที่เกิดจากเซลล์ผิวเก่าที่ไม่ยอมหลุดออก และเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสกว่าออกมา แถมยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ทำให้ผิวเปล่งปลั่งขึ้นกว่าเดิม

3. เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

ในสับปะรดมีน้ำอยู่กว่า 87% ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมสับปะรดจึงช่วยให้ผิวเรามีความชุ่มชื้นได้ ซึ่งความชุ่มชื้นที่ว่านี้มีความสำคัญต่อผิวเราค่ะ เพราะจะทำให้ผิวเราไม่แห้ง ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้ผิวเรามันเยิ้มเกินไปด้วย เราสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ทั้งกินและทา โดยเอาสับปะรดปั่นมาผสมกับไข่แดงและน้ำนมเพียงเล็กน้อย แล้วเอามาพอกหน้าทิ้งไว้สักพัก แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ

4. บำรุงผิวริมฝีปากให้นุ่ม ชุ่มชื้น

ปากแห้ง แตกเป็นขุย ทำให้ผิวริมฝีปากดูไม่เรียบเนียน แก้ปัญหานี้ได้ด้วยสับปะรดค่ะ ด้วยการเอาน้ำสับปะรดมาผสมกับน้ำมันมะพร้าว และทาริมฝีปากเป็นประจำทุกวัน ด้วยน้ำและวิตามินต่างๆ ในสับปะรด จะช่วยเรียกความชุ่มชื้นของริมฝีปากกลับคืนมา พร้อมช่วยให้ชุ่มชื้นยิ่งกว่าเดิมได้ด้วย

5. ลดสิว

สับปะรดก็ช่วยลดสิวได้เหมือนกับแอปเปิ้ลเลยค่ะ เพราะว่าในสับปะรดมีสารที่เรียกว่า “บรอมีเลน” (bromelain) ซึ่งเป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่อยู่ในสับปะรด มีสรรพคุณช่วยลดอาการอักเสบและบวมของผิวหนัง เลยช่วยทำให้อาการอักเสบของสิวดีขึ้น และฟื้นฟูสภาพผิวหลังจากเกิดสิวให้ดีขึ้นได้ด้วยวิตามินซีที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในสับปะรด

คราวนี้เราก็รู้แล้วว่า อย่างน้อยๆ ถ้าเรา have a Apple และ have a Pineapple จะทำให้ผิวเราสวยขึ้นได้แน่นอน

References : Source 1, Source 2, Source 3, Source 4, Souce 5
Credit Pic : 1, 2

บทความที่เกี่ยวข้อง

เคล็ดลับลดรอยย่นตรงหน้าผาก

5 เคล็ดลับลดรอยย่นตรงหน้าผาก

4 สเต็ปดูแลผิวแพ้ง่าย