How to เลือกซื้อเครื่องสำอาง

How to เลือกซื้อเครื่องสำอาง ไม่ให้กระเป๋าเงินช็อต

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ ก็ออกตัวใหม่ๆ วางขายเต็มท้องตลาดไปหมด แบรนด์นั้นก็ออก แบรนด์นี้ก็ออกใหม่ อยากได้ไปหมดเลย แต่ถ้าซื้อให้ครบทุกตัว แต่เงินในกระเป๋าเราคงไม่แฮปปี้เท่าไหร่

เพื่อไม่ให้เรื่องความสวยกระทบกับเรื่องการเงินของเรา มาดูวิธีเลือกซื้อเครื่องสำอางยังไง ไม่ให้ช็อต

How to เลือกซื้อเครื่องสำอาง ไม่ให้กระเป๋าเงินช็อต 

1. ซื้ออันใหญ่คุ้มกว่า

สำหรับผลิตภัณฑ์ความงามบางอย่าง จะทำออกมาให้เราเลือกหลายขนาดเลย ทั้งไซส์เล็ก ไซส์ใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่า ไซส์เล็กมีราคาต่อชิ้นที่ถูกกว่า แต่ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ใช้บ่อยๆ ใช้เป็นประจำล่ะก็ แนะนำให้ซื้อขวดใหญ่ไปเลยค่ะ เพราะถ้าลองมาคิดดูดีๆ แล้ว บางอย่างซื้อขนาดใหญ่ไปเลย ยังถูกของชิ้นเล็ก 2 ชิ้นรวมกันแพงกว่าขวดใหญ่เสียอีก!


2. หารกับเพื่อน

How to เลือกซื้อเครื่องสำอาง

สิ่งที่คุ้มกว่าโปรซื้อ 1 แถม 1 ก็คือ การไปซื้อ โปรซื้อ 1 แถม 1 โดยหารกันกับเพื่อนค่ะ เช่น มีเซลล์ขายรองพื้น ซื้อ 1 แถม 1 ในราคา 1,000 บาท ถ้าเป็นตอนไม่เซลล์ ถ้าอยากได้รองพื้น 2 ขวด ต้องเสียเงินถึง 2,000 บาทเลย แต่นี่จ่ายแค่ 1,000 บาท ได้ตั้ง 2 ขวด แต่รองพื้นกว่าจะใช้หมดก็นานเป็นปี อีกขวดหนึ่งได้หมดสภาพไปก่อนแน่ๆ เพราะรองพื้นส่วนใหญ่ไม่ควรทิ้งไว้นานเกิน 1 ปี – 1 ปีครึ่งค่ะ ในเคสนี้ ถ้าอยากได้ของถูก แบบใช้ได้ทัน เราแนะนำให้หารกับเพื่อนค่ะ จาก 1,000 บาท ก็จะเหลือ 500 เท่านั้น!


3. หาซื้อแบรนด์ที่ขายราคาย่อมเยา

ของดีไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป เพราะผิวของเรามีความต่างกัน บางทีราคาสูงมากๆ แต่เราอาจแพ้ส่วนผสมในนั้นก็ได้ ดังนั้น การจะเลือกซื้อควรดูส่วนผสมค่ะ หาผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วเหมาะกับผิวหน้าเรามากที่สุด ซึ่งมันก็ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นของที่แพงที่สุดเช่นกัน การหาของที่ใช่ ในราคาที่เหมาะสม ก็ช่วยประหยัดไปได้เยอะเหมือนกันนะ


4. เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติหลายอย่าง

How to เลือกซื้อเครื่องสำอาง

บางทีที่เราหมดเงินไปกับพวกนี้เยอะเนี่ย เพราะมีหลายไอเท็มจัด ไหนจะเซรั่ม มอยส์เจอร์ไรส์เซอร์ ครีมกันแดด บีบี ซีซี รองพื้น คอนซีลเลอร์อีก กว่าจะถึงแป้งฝุ่นนี่ต้องผ่านไปหลายไอเท็ม นอกจากจะทำให้เราแต่งหน้าบำรุงผิวได้ช้าแล้ว ยังเปลืองเงินอีกด้วย เอาเป็นว่า ลองวิธีนี้ดูค่ะ ซื้อผลิตภัณฑ์แบบ Multi-function ที่มีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น เซรั่มที่ทาแล้วทั้งชวดลดริ้วรอย และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ หรือแป้งผสมรองพื้น ที่วันไหนไม่ได้ออกงานใหญ่ๆ ใช้แค่แป้งนี้ก็เอาอยู่แล้ว ก็ช่วยให้เราเซฟเงินได้มากขึ้น ไม่ต้องซื้ออะไรหลายๆ อย่างค่ะ


5. ตัดขวด ใช้ให้เกลี้ยง ยืดเวลาการใช้ไปอีก

พวกเครื่องสำอางเอย หรือครีมเอย มันมีส่วนเนื้อครีมที่เรายังคว้านไม่ถึงค่ะ ถ้าเป็นหลอดๆ ที่ต้องบีบเวลาใช้เนี่ย เนื้อครีมจะชอบติดอยู่ก้นขวด และข้างๆ ขวด ปริมาณที่มันติดอยู่เนี่ย ใช้ได้ไปอีกอาทิตย์นึงเลยนะคะ เคล็ดลับประหยัดเงินในการซื้อของเสริมความสวยความงามอีกอย่างก็คือ ให้ใช้ให้หมดจริงๆ เพื่อยืดเวลาการใช้ของเดิมออกไป จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อบ่อยๆ วิธีการก็ไม่ยากค่ะ แค่ตัดขวดออก และเอามือคว้าน ใช้เสร็จก็ใส่ถุงพลาสติดมัดไว้กันแห้ง แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใส่ขวดสุญญากาศ อันนี้หายห่วงค่ะ ไม่ต้องตัด เพราะขวดแบบนี้จะดันเนื้อครีมออกมาได้อย่างหมดทุกหยดอยู่แล้ว


6. รอโปรดีๆ ทางออนไลน์

How to เลือกซื้อเครื่องสำอาง

สมัยนี้มาช่องทางการซื้อขายหลายช่องทางมาก เราไม่จำเป็นต้องเดินเข้าไปในร้านเครื่องสำอาง สกินแคร์เท่านั้น เรายังสั่งซื้อได้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ และราคามักจะถูกกว่าหน้าร้านเสียอีก เพราะว่าเจ้าของแบรนด์ไม่ต้องเสียค่าสายส่ง หรือค่าเชลฟ์ให้กับทางร้าน ต้นทุนนี้ก็จะลดลง ทำให้สามารถเอาต้นทุนพวกนี้มาเป็นส่วนลดให้กับสินค้าได้ และอีกวิธีหนึ่งคือพยายามสมัครสมาชิกกับแบรนด์สินค้าไว้ค่ะ เวลามีโปรดีๆ เขาจะส่งอีเมลแจ้งเตือนมาให้เรา ทำให้เราไม่พลาดโปรดีๆ บางทีก็จะมีการสะสมแต้ม แลกเป็นส่วนลดได้อีกด้วย


ใครรู้สึกว่าพักนี้ตัวเองหมดเงินไปกับการซื้อเครื่องสำอาง สกินแคร์ไปเยอะมาก จนแต่ละเดือนต้องฉีกมาม่าต้มกินทุกเดือนล่ะก็ ลองนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้ดูค่ะ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะช่วยให้กระเป๋าเงินและตัวเราเองแฮปปี้ขึ้นเนอะ สวยได้ แบบยังมีเงินเหลือเก็บ

References
– 7 Easy Ways to Save Money on Cosmetics
– 18 Genius Tips On How To Save Money On Beauty Products

Credit Pictures: 1, 2, 3

   

บทความที่เกี่ยวข้อง

เคล็ดลับดูแลผิวสำหรับสาวมหาวิทยาลัยให้ใสปิ๊ง

เคล็ดลับดูแลผิวสำหรับสาวมหาวิทยาลัยให้ใสปิ๊ง

สูตรธรรมชาติช่วยลดรอยดำจากสิว

5 สูตรธรรมชาติช่วยลดรอยดำจากสิว ที่เห็นผลจริง