6 โรคร้ายที่มาหน้าฝน พร้อมวิธีป้องกัน

เมื่อเข้าสู่หน้าฝน ความโชคดีอย่างหนึ่งก็คือ อุณหภูมิที่ร้อนระอุ ก็ลดลง อากาศเย็นสบายมากขึ้น แต่ด้วยอาการที่เปลี่ยนแปลงไป และสายฝนที่ร่วงโปรยลงมาให้เย็นชื่นใจดี ก็มาพร้อมกับโรคภัยไข้เจ็บที่ต้องระมัดระวังให้ดี เพราะบางโรคก็มีความอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต

เพื่อสุขภาพกายที่แข็งแรง มาดูโรคที่อาจขึ้นได้ในหน้าฝนแบบนี้ พร้อมวิธีการรับมือกันดีกว่าว่า จะมีอะไรบ้าง

1. โรคไข้หวัด

เพราะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงละอองฝน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราป่วยเป็นโรคไข้หวัดได้ อาการของไข้หวัดทั่วๆ ไป ก็เช่น ปวดหัว มีไข้สูง ไอ เจ็บคอ เป็นต้น

วิธีป้องกัน : พยายามอย่าเดินตากฝน หรือมีเหตุจำเป็นล่ะก็ หลังจากตากฝนควรรีบกลัมาสระผมทันที นอกจากนี้ เราอาจทานวิตามินซี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ป่วยง่ายด้วยก็ได้


2. ไข้มาลาเรีย

ไข้มาลาเรียมียุงก้นปล่องตัวเมียเป็นพาหะนำโรค ซึ่งในหน้าฝน เป็นฤดูกาลที่ยุงพวกนี้แพร่พันธุ์มาก ซึ่งสิ่งที่ยุงก้นปล่องนำติดตัวมาด้วยก็คือ ปรสิต Plasmodium หากเราถูกยุงก้นปล่องกัดล่ะก็ เมื่อปรสิตนี้ก็จะเข้าสู่กระแสเลือด แล้วเข้าไปฟักตัวในตับของเรา หลังจากนั้น ปริสิตตัวนี้ก็จะเข้าสู่กระแสเลือด เข้าไปติดเชื้อในเซลล์เม็ดเลือดแดง ภายใน 48-72 ชั่วโมง เชื้อปรสิตก็จะกระจายเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มมากขึ้น จนทำให้เม็ดเลือดแดงแตก และอาการของโรคไข้มาลาเรียก็จะแสดงอาการซึ่งอาการของไข้มาลาเรียจะเริ่มออกหลังจากที่เม็ดเลือดเริ่มติดเชื้อไปประมาณ 10 วัน – 4 สัปดาห์ ลักษณะอาการของไข้มาลาเรียก็คือ หนาวสั่น ไข้สูง มีเหงื่อออกมาก ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง อุจจาระปนเลือด ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอาจรุนแรงถึงขั้นหมดสติ

วิธีป้องกัน : ส่วนใหญ่แล้วไข้มาเรียในประเทศไทยนั้นจะระบาดอยู่แถวบริเวณป่าเขา หรือตามชายแดน เวลาอยู่ในบริเวณดังกล่าว ควรใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด นอนกางมุ้ง พยายามป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกยุงกัด อีกทั้งหากมีอาการที่เสี่ยงจะเป็นโรคไข้มาเรีย ควรรีบส่งตัวไปโรงพยาบาลทันที


3. โรคอหิวาตกโรค

โรคอหิวาตกโรคไม่ได้ระบาดหนักในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น แต่ในช่วงฤดูฝนเองเราก็ต้องระวังด้วยเช่นกัน เพราะในน้ำฝนอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคต่างๆ ถ้าเราใช้น้ำที่ไม่สะอาดในการประกอบอาหารก็อาจทำให้เราเป็นโรคอหิวาตกโรคนี้ได้ รวมถึงการล้างผักที่ไม่สะอาด เพราะผักที่ว่าอาจเป็นไปได้ว่าปนเปื้อนน้ำฝนที่ไม่สะอาด ก่อให้เกิดความเสี่ยงโรคนี้ได้เช่นกัน ซึ่งอาการของโรคนี้ก็มีตั้งแต่อาการไม่รุนแรงมาก จนไปถึงขั้นรุนแรงอย่างท้องร่วง อาเจียน ร่างกายขาดน้ำจนนำไปสู่อาการ หัวใจเต้นเร็ว ผิวหนังแห้ง ปากแห้ง คอแห้ง ความดันเลือดต่ำ และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ

วิธีป้องกัน : รับประทานอาหารและน้ำที่มีความสะอาด ล้างวัตถุดิบในกากรปรุงอาหารให้สะอาด รวมถึงล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารด้วย


4. โรคตาแดง

อีกหนึ่งโรคที่ระบาดอย่างหนักในช่วงหน้าฝนเลยก็คือ “โรคตาแดง” ลักษณะอาการของโรคนี้ที่สังเกตเห็นได้ชัดก็คือ บริเวณตาขาว หรือด้านในเปลือกตาจะออกแดงๆ ตาแฉะ มีน้ำตา และขี้ตาออกมามาก รู้สึกคันตา มองเห็นภาพเบลอๆ ปวดตา มองแสงจ้าไม่ได้ ซึ่งโรคตาแดงเกิดจากเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่แพร่เชื้ออยู่มากในช่วงหน้าฝน อีกทั้งยังสามารถติดต่อกันได้อีกด้วย

วิธีป้องกัน : หลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำสกปรก หรือละอองฝนกระเด็ดเข้าตา หลีกเลี่ยงการสัมผัสผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แว่นตา ของผู้ป่วยโรคตาแดง เพราะอาจทำให้เราติดเชื้อได้ ส่วนคนที่ป่วยเป็นตาแดงก็ควรหลีกเลี่ยงการไปในที่สาธารณะ เพื่อป้องกันเชื้อจากภายนอก และไม่เป็นการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นด้วย


5. โรคฉี่หนู

โรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อ Leptospira ที่มักระบาดอยู่ในช่วงหน้าฝน โดยสัตว์ที่เป็นพาหะแพร่เชื้อนี้ก็คือ หนู รวมถึงสัตว์อื่นๆ ด้วย เช่น สุนัข แมว ม้า หมู เป็นต้น ซึ่งสัตว์พวกนี้จะแพร่เชื้อผ่านฉี่ของพวกมันนั่นเอง ถ้าเราสัมผัสฉี่ที่มีเชื้อ Leptospira ไม่ว่าจะด้วยการสัมผัส หรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารนี้เข้าไปก็จะทำให้เราเป็นโรคฉี่หนูได้ ซึ่งอาการเบื้องต้นของโรคนี้เลยก็คือ มีไข้ขึ้นสูง ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณช่วงล่างของร่างกาย อย่างน่อง ขา เอว เป็นต้น บางรายอาจมีอาการตาแดง เป็นผื่น ท้องเสียร่วมอยู่ด้วย

วิธีป้องกัน : หลีกเลี่ยงการลุยน้ำท่วมขังในช่วงหน้าฝนโดยไม่ใส่รองเท้าบูธ และต้องมีความระมัดระวังในเรื่องรัปประทานอาหาร ไม่ควรทานอาหารที่สกปรก ควรผ่านการปรุงสุกมาก่อน รวมถึงผักที่เรารับประทานควรล้างให้สะอาดก่อนเสมอ เพราะอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคฉี่หนูอยู่


6. โรคไข้เลือดออก

โรคร้ายแรงอีกโรคหนึ่งที่เราต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากในช่วงหน้าฝนนี้ เพราะเป็นโรคที่เสี่ยงเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue) ที่มียุงลายเป็นพาหนะ ถ้าหากเราถูกยุงลายที่มีเชื้อไวรัสนี้กัด ก็จะทำให้เราป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก อาการเบื้องต้นที่สุ่มเสี่ยงว่าเราจะป่วยเป็นโรคนี้ก็คือ มีไข้สูงประมาณ 39-40 องศา ปวดหัวอย่างรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ เมื่อยล้า คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการเลือดออก เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน หรือเลือดออกผิดปกติตามอวัยวะอื่นๆ ซึ่งในเริ่มแรกนั้นอาการจะมีคลามคล้ายคลึงกับไขว้หวัดธรรมดามาก เมื่อความแน่ใจ เมื่อมีอาการป่วยเป็นไข้หวัด ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์จะดีที่สุด

วิธีป้องกัน : ตรวจสอบดูว่าในบริเวณบ้านเรามีแหล่งน้ำกักขังหรือเปล่า เพราะสามารถเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้ หรือใช้ทรายอะเบท หรือยากฆ่าลูกน้ำใส่ลงไปในบ่อน้ำ หรืออ่างน้ำ นอกจากนี้ ต้องระวังยุงลายกัดในช่วงตอนกลางวัน เพราะเป็นช่วงที่ยุงลายออกหาเหยื่อมากที่สุด อาจจะป้องกันโดยการหลีกเลี่ยงการอยู่ในมุมอับ ใส่เสื้อผ้ามิดชิด และถ้าหากใครพบว่า ตนเองมีความเสี่ยงเข้าข่ายเป็นโรคไข้เลือดออกได้ ก็ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้รักษาอาการได้ทันท่วงที


นี่คือ 6 โรคที่แพร่ระบาดอยู่มากในหน้าฝนแบบนี้ เพื่อไม่ให้เจ็บป่วย ก็ควรหันมาดูแลสุขภาพ รักษาความสะอาด และรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ ก็จะทำให้เราห่างไกลจากโรคเหล่านี้ได้อย่างหายห่วง

References :  1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6

Credit Pic : 1

# โรคร้ายที่มาหน้าฝน

บทความที่เกี่ยวข้อง

สู้ฝุ่นพิษ PM 2.5 ด้วย id SERUM

ส่วนผสมของ id CLEANSER